บิ๊กต่าย ชงเลขาฯปปง. ฟรีซบัญชี ‘บอสดิไอคอนกรุ๊ป’ สอบปากคำผู้เสียหายเฉียด 130 คน

11.10.24 | 12:47 น.

บิ๊กต่าย เผยทำหนังสือถึงเลขาฯปปง. ให้ระงับธุรกรรมทางการเงิน ‘บิ๊กดิไอคอนกรุ๊ป’ เผยผู้เสียหายเกือบ 130 คน สูญ 50 ล้าน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบธุรกิจของ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (The iCon Group Co., Ltd.)

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐเปิดเผยว่า เมื่อวาน (10 ต.ค.) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตนและ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางเข้าติดตามประชาชนที่ระบุว่าได้รับความเสียหายที่เดินทางมาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสอบปากคำไปประมาณ 120 ราย ความเสียหายรายละ 200,000-500,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานได้รับพยานเอกสารของประชาชนแล้ว ในส่วนของหลักฐานการติดต่อ, การชักชวนไปร่วมลงทุนธุรกิจและตัวอย่างสินค้า ได้มีการรวบรวมไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะเป็นการประกอบธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบการจดทะเบียนขออนุญาตการประกอบกิจการ เพราะธุรกิจขายตรงต้องมีการจดทะเบียนขออนุญาต รวมถึงต้องสอบถามตัวแทนขายว่าลักษณะการไปอบรม การนำทรัพย์สินไปใช้ในธุรกิจดังกล่าวมีลักษณะใดเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายธุรกิจขายตรงหรือไม่

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่าลักษณะธุรกิจขายตรงกับแชร์ลูกโซ่มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ คณะตำรวจที่ทำงานจะต้องพยายามรวบรวมข้อเท็จจริง สรุปวินิจฉัยอย่างรอบคอบ ซึ่งภายในวันนี้จะพยายามระบุข้อความผิดให้ได้ว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกกล่าวหาความผิดเรื่องใดบ้าง

Advertisement

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวต่อว่า ในชั้นแรกจะมุ่งไปที่ตัวผู้ประกอบการ (ผู้บริหารบริษัท) ก่อนว่ากระทำผิดประเภทไหน จากนั้นจึงเป็นการพิจารณาบุคคลที่เกี่ยวข้องว่าเข้าข่ายลักษณะความผิดของตัวการด้วย หรือเป็นเพียงผู้เข้าร่วม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ดาราที่ออกมาเคลื่อนไหวทางโซเชียล หรือการแถลงข่าวว่าไม่ได้เป็นกรรมการ หรือผู้บริหารบริษัท พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะให้การและกล่าวอ้างได้ทั้งหมด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องยึดถึงคำให้การของผู้เสียหายด้วยว่าที่ผ่านมาบุคคลเหล่านั้นมีพฤติการณ์อย่างไรบ้างในบริษัท กระบวนการของตำรวจคือการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าพบว่ากระทำความผิดก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ตราบใดที่เรื่องไปถึงศาลและศาลยังไม่พิพากษาว่าเป็นผู้ต้องหาพวกเขาก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะนี้ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าพี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนจากเหตุการณ์นี้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า ส่วนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งหนังสือระบุถึงพฤติการณ์ผู้บริหารบริษัทดังกล่าวประกอบกับคำให้การผู้เสียหาย โดยตนเองได้พูดคุยกับเลขาธิการ ปปง.โดยตรงว่าเรื่องนี้ตำรวจมีหน้าที่สอบสวน แต่ไม่มีอำนาจยึดทรัพย์ใคร เพียงแต่ตำรวจมองว่าพี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน ดังนั้น ผู้ที่ถูกกล่าวหาอาจจะกระทำความผิดอาจจะมีการกระทำธุรกรรมทางการเงินได้ จึงขอให้เร่งรัดในการพิจารณายุติการดำเนินธุรกรรมทางการเงินของผู้บริหาร และวันนี้จะมีการประชุมระหว่าง ปปง., สคบ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อติดตามความคืบหน้า

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า หากข้อเท็จจริงที่ได้พาดพิงถึงดาราท่านใด ยืนยันว่าจะเรียกมาสอบสวนทั้งหมด หากพบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วย แม้บุคคลนั้นจะไม่มีตำแหน่งในบริษัท แต่มีพฤติการณ์ความผิด

ทั้งนี้ มีการเตรียมการป้องกัน หากมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการหลบหนีออกนอกประเทศ