หลั่งไหลร่วมงาน ครบรอบ 109 ปี ‘กรมราชทัณฑ์’ ชูแนวคิด รวมพลัง 8 มิติ สร้างคนดีคืนสังคม
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่อาคารกรมราชทัณฑ์ จังหวัดนนทบุรี กรมราชทัณฑ์ จัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมราชทัณฑ์ ครบรอบ 109 ปี (13 ตุลาคม 2567)
บรรยากาศในช่วงเช้า ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ และอดีตผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง อาทิ พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองเลขาธิการพระราชวัง อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายอภัย จันทนจุลกะ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์, นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นต้น
โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ 1.พระบรมสารีริกธาตุ 2.เจ้าแม่พิกุลทอง (เจ้าแม่ไทรทอง) , เจ้าแม่กรรณิการ์ , เจ้าที่เจ้าทางฯ 3.รูปหล่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรก (ขำ ณ ป้อมเพชร์) 4.พระภูมิชัยมงคล 5. เจ้าพ่อเจตคุปต์
จากนั้น ผู้บัญชาการเรือนจำประธานเขต 1- 10, ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน เขต 1 และเขต 10 วางพานพุ่ม
กระทั่งเวลา 08.00 น. นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ วางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6
ต่อมา เมื่อเวลา 08.15 น. เข้าสู่ช่วงพิธีพราหมณ์ โดยประธานในพิธีฯ คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ร่วมประกอบพิธีพราหมณ์ เพื่อบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6


จากนั้น ที่ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชั้น 3 มีการมอบทุนประกอบอาชีพจากมูลนิธิส่งเสริมพลเมืองดี และมูลนิธิพิบูลสงเคราะห์ ให้แก่ผู้พ้นโทษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตภายหลังพ้นโทษให้แก่ผู้พ้นโทษที่มีความตั้งใจในการประกอบอาชีพสุจริต และพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ทำคุณงามความดี เป็นที่ประจักษ์ให้แก่กรมราชทัณฑ์ รวมถึงรางวัลเพื่อสร้างกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
ทั้งนี้ การราชทัณฑ์ของไทยได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงและสอดคล้องกับสังคมการเมือง และสภาพเศรษฐกิจ ตลอดยุคสมัยที่ผ่านมาในยุคก่อนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กิจการเรือนจำได้สังกัดอยู่ตามส่วนราชการต่าง ๆ สอดคล้องกับการปกครองแบบจตุสดมภ์ ต่อมาได้มีการปรับปรุงระเบียบราชการใหม่ โดยโปรดให้สร้างคุกใหม่ขึ้นเรียกว่า ‘กองมหันตโทษ’ และให้สร้างตะรางใหม่ขึ้น เรียกว่า ‘กองลหุโทษ’ และในปี พ.ศ.2444 (ร.ศ.120) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตรา ‘พระราชบัญญัติลักษณะเรือนจำ’ ขึ้น จนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมราชทัณฑ์ขึ้น
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กรมราชทัณฑ์จึงถือเอาวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนากรมราชทัณฑ์
โดยในปีงบประมาณ 2567 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 109 ปี กรมราชทัณฑ์ ภายใต้การบริหารงานของ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนที่ 37 ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหาร และผู้บัญชาการเรือนจำ/ทัณฑสถาน ทั่วประเทศ ต่อยอดจากนโยบาย 8 มิติ ยกระดับการเปลี่ยนแปลง ไปสู่การขับเคลื่อน 8 มิติ กำลัง 2 ภายใต้แนวคิด ‘รวมพลัง 8 มิติ สร้างคนดีคืนสังคม’ ประกอบด้วย
มิติที่ 1 ขับเคลื่อนโครงการพระราชทาน อาทิ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โครงการโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์ โครงการห้องสมุดพร้อมปัญญา โครงการกำลังใจในพระดำริฯ โครงการ To Be Number One และโครงการคืนคนสุขภาพดีสู่สังคม
มิติที่ 2 พัฒนาสู่ Smart Prison การนำเทคโนโลยี AI มาใช้สนับสนุนในการปฏิบัติงานด้านการควบคุม และพัฒนาผู้ต้องขัง
มิติที่ 3 ยกระดับดัชนีนิติธรรม (Rule of Law) โดยการทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความปลอดภัยในเรือนจำทั้งกับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง รวมถึงการให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง
มิติที่ 4 ปรับเปลี่ยนพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยแนวทางต่าง ๆ เช่น กำหนดเรือนจำเฉพาะทางในการอบรม แก้ไข การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ การอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ เป็นต้น
มิติที่ 5 นำร่อง การศึกษาต้นแบบ และสร้างความเป็นเลิศทางอาชีพ โดยการพัฒนาต่อยอดการศึกษาให้มีคุณภาพ และตรงตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ผู้ต้องที่มีความพร้อม แต่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้สามารถเรียนจบการศึกษาในภาคบังคับ รวมถึงส่งเสริมการประกอบอาชีพให้ตรงกับความรู้ความสามารถของผู้ต้องขัง โดยให้ได้รับการฝึกอบรมในด้านที่ตนเองถนัด ยกระดับฝีมือแรงงานเฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถเข้าสู่การแข่งขันในตลาดแรงงานได้
มิติที่ 6 ส่งคืนคนคุณภาพสู่สังคมผ่าน CARE Support และ Social Enterprise เป็นการสร้างความพร้อมให้กับผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษให้สามารถออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยมีศูนย์ CARE ช่วยสนับสนุนด้านการมีงานทำให้กับผู้พ้นโทษ ซึ่งเป็นการร่วมมือกับภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ช่วยดูแลผู้พ้นโทษ อาทิ การให้คำปรึกษา การจัดหาแหล่งงาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมถึงการติดตามสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พ้นโทษภายหลังได้รับการปล่อยตัว
มิติที่ 7 สร้างสรรค์ ภาพลักษณ์ผ่าน Soft Power โดยการส่งเสริมเรือนจำให้มีการฝึกอบรมทางด้านกีฬาเฉพาะทางที่เหมาะกับผู้ต้องขัง การจัดตั้งเรือนจำท่องเที่ยว เพื่อสร้างการยอมรับให้แก่สังคม
มิติที่ 8 มุ่งสู่องค์กรยุคใหม่อย่างยั่งยืน ซึ่งต้องมีการพัฒนาองค์กรในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดชั้นประเภทเรือนจำให้เหมาะสม การพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนงานราชทัณฑ์ โดยยึดหลักคุณธรรม ในการบริหารงานบุคคล รวมถึงการสร้างขวัญและกำลังใจในด้านสวัสดิการเจ้าหน้าที่ อาทิ ค่าตอบแทน บ้านพักเจ้าหน้าที่ รวมถึงความก้าวหน้าทางอาชีพ
