นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียเดินทางมาเที่ยวเกาะเต่า และได้หายตัวไป พบแต่เพียงทรัพย์สิน หนังสือเดินทางยังอยู่ในห้องพักโรงแรม ญาติเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายเพราะติดต่อไม่ได้มากว่า 2 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสื่อออนไลน์ สมุยไทม์ ได้นำเสนอข่าวว่า น.ส.วาเลนติน่า โนวาชฮาโยโนว่า (Valentina Novozhyonova) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย มาเที่ยวที่เกาะเต่าได้เข้าพักที่โรงแรมเกาะเต่าโฮสเทล และได้หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้กว่า 2 สัปดาห์แล้ว พบแต่ทรัพย์สินอยู่ในห้องพัก เกรงว่าจะได้รับอันตราย
ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ สภ.ย่อยเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เวลาประมาณ 14.00น. นายสิทธิพร ปฐวีศรีสุธา เจ้าของโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทล ม.3 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เดินทางมาแจ้งลงบันทึกประจำวันกับ พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รองผกก.(สอบสวน) ว่ามีลูกค้าของโรงแรมที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชื่อว่า น.ส.วาเลนติน่า โนวาชฮาโยโนว่า (Valentina Novozhyonova) อายุ 23 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้เข้ามาพักที่โรงแรมเกาะสมุยโฮสเทล ได้เข้ามาพักที่โรงแรมในวันที่ 11 ก.พ. 60 และมีกำหนดออกในวันที่ 16 ก.พ. 60 แต่เมื่อถึงกำหนดจะต้องออกปรากฎว่าน.ส.วาเลนติน่า ไม่มาติดต่อออกที่พัก นายสิทธิพร ก็รออยู่หลายวันจึงสงสัยว่า น.ส.วาเลนติน่า หายไปไหน จึงได้เข้าตรวจสอบภายในห้องพักก็ยังพบว่ามีทรัพย์สินอยู่ในห้องพัก เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หน้งสือเดินทาง
และต่อมาได้มีนายเซอร์เกย์ บัวซากิน (Sergey Busagin) ชาวรัสเซีย มาแจ้งกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เกาะเต่า ว่ามีเพื่อนชาวรัสเซียติดต่อมาว่าให้ช่วยตรวจสอบว่า น.ส.เวเลนติน่า หายไปไหนทางญาติไม่สามารถติดต่อได้ โดยหลังจากได้รับแจ้งความแล้วนั้น ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เกาะเต่า ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว และตรวจสอบตามบริษัททัวร์บนเกะเต่าในทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า น.ส.วาเลนติน่า เดินทางโดยสารการบินจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เข้ามาประเทศไทย ผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก่อนจะมาหายตัวที่เกาะเต่า สำหรับตำหนิรูปพรรของน.ส.วาเลนติน่า ส่วนสูง 170 ซม, ผมสีน้ำตาลอ่อน ข้อมือด้านซ้ายมีรอยสักคล้ายตัวอักษร V หากใครพบหรือมีข้อมูลใดๆ สามารถแจ้งไปที่เจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.ย่อย เกาะเต่า ได้ทันที่ หรือโทรศัพท์ 077 456098
ล่าสุด พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วิทยา พิทักษ์ สารวัตรสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีลงพื้นที่เกาะเต่าไปตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อดูเส้นทางของ น.ส.วาเลนติน่า ไปจุดใดโดยเฉพาะจุดสุดท้ายก่อนหายตัวไปอยู่ที่ใด เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนต่อไป จากนั้น พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เกาะเต่า ได้ประชุมร่วมชุดสืบสวนและเข้าตรวจสอบห้องพัก น.ส.วาเลนติน่า ที่เกาะเต่าโฮสเทลพร้อมขอรายชื่อผู้เข้าพักทั้งหมดในช่วงที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ และนำโทรศัพท์มือถือไปตรวจดูการติดต่อซึ่งต้องใช้ล่ามภาษารัสเซียช่วยแปล รวมทั้งให้ชุดสืบสวนนำภาพถ่าย น.ส.วาเลนติน่า ไปสอบถามตามบริษัททัวร์ดำน้ำ และบริการท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อหาเบาะแสให้มากที่สุด
ส่วนการสอบเจ้าของโรงแรมที่มาแจ้งความล่าช้าไม่มีข้อสงสัยใดๆ เนื่องจากเบื้องต้นคิดว่า น.ส.วาเลนติน่า อาจไปเที่ยวที่อื่น เพราะยังมีหนังสือเดินทางและเสื้อผ้าอยู่ที่ห้องพัก




