หน้าแรก ในประเทศ เจ้าคณะดอยสะเ...

เจ้าคณะดอยสะเก็ด สนองพระดำรัสพระสังฆราชให้สามัคคีปรองดอง ชี้สาเหตุ’ศีล-ทิฐิ’ไม่เท่ากัน

4.03.17 | 13:40 น.
วันที่ 4 มีนาคม พระราชโพธิวรคุณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ดพระอารามหลวง ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ในฐานะเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด กล่าวกรณีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ทรงมีพระดำรัสให้คนไทยทุกหมู่เหล่า มีความสามัคคี ปรองดอง ไม่แบ่งแยก  และให้วัดทุกแห่งเป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระุทธศาสนา อบรมธรรมะ ศีลธรรม และมีคุณธรรม ว่า พระองค์ท่านมีความห่วงใยความสงบสุขของบ้านเมืองอยากให้คนไทยทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี โดยยึดวัดเป็นสถานที่รวมใจของทุกเชื้อชาติ ขอกราบแทบพระบาท ชื่มชมโสมนัส ในพระกรุณาธิคุณพระองค์ท่านเป็นอย่างยิ่ง
อยากแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมต้องพูดถึงเรื่องปรองดอง สามัคคี สาเหตุมาจากความแตกแยก สาเหตุความแตกแยกมีมูลเหตุ 2 ประการ คือ ศีล และทิฐิไม่ว่าเป็นชนชั้นวรรณไหน หากมีศีลเสมอกัน หมายถึง การประพฤติปฏิบัติหากคล้ายคลึง ใกล้เคียง หรือเหมือนกัน เป็นสิ่งบอกบ่งถึง กายสามัคคี วาจาสามัคคีคือ ความพร้อมเพรียงทางกาย วาจา เมื่อศีลเสมอกัน และความคิดเห็นใกล้เคียงเหมือนกัน มีความรู้ เข้าใจ เป็นแนวเดียวกัน ไม่ต่างความคิด หรือต่างความคิดแต่ไม่แตกแยก ปัจจุบันความคิดของคนไทย มีความแตกแยกมาก แม้แต่วงการสงฆ์ มีความร้าวฉาน ในด้านศีลสมันยตา และทิฐิสมันยตา อยู่มาก
“พระที่เป็นเช่นนี้ อาจเกิดจากการหละหลวม ของพระธรรมวินัย หรือมีความเห็นไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะคำสอนพระพุทธเจ้า ในเรื่องนิพพาน ที่ถกเถึยงเป็นเวลานาน ว่านิพพาน เป็นอัตตา หรืออนัตตา ทำให้เกิดความร้าวฉานพระสงฆ์ซึ่งคำสอนพระพุทธเจ้า แก่หมู่สงฆ์ คือ มีศีล และทิฐิ เสมอกัน อยู่ร่วมกันด้วยความผาสุข แม้ประพฤติปฏิบัติแตกต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นความสวยงาม เปรียบดอกไม้ที่เป็นสีขาวทั้งหมด มองว่าสวย แต่สวยไม่เต็มที่ ต้องมีสีขาว สีเหลืองสีแดง หลากสีบ้าง คนเราอาจแตกต่าง แต่ความคิด หรือทิฐิ สำคัญที่สุด” พระ
ราชโพธิวรคุณกล่าว

SONY DSC

พระราชโพธิวรคุณกล่าวถึงกรณีมีเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์ และเงินทอง แตกต่างกันเล็กน้อย บางกลุ่ม บางหมู่ ถือว่า การจับเงินจับทอง เป็นอาบัติหรือเรื่องร้ายแรง บางกลุ่ม บางเหล่าถือว่า การจับเงินจับทอง เป็นเรื่องไม่ร้ายแรง แต่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ ไม่มองถึงพุทธประสงค์พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาประเทศสี่ สิ่งไหนควร ก็คือควร สิ่งไหนควร แต่ไม่เหมาะสม คือ ไม่ควร สิ่งไหนไม่ควร แต่เหมาะสม ก็คือควร สิ่งไหน ไม่เหมาะสม ไม่ควร คือ ไม่เหมาะสม และไม่ควร หากยึดหลักคำสอนพระพุทธองค์ มายืดหยุ่น ไม่ทิฐิมานะใส่กัน ทำให้บ้านเมือง หรือพุทธจักร ไม่แตกแยก เกิดความปรองดองได้ หากเกิดความแตกแยก ไม่ปรองดอง หลายสำนักมีลูกศิษย์ และผู้ศรัทธา มีการใส่ร้ายป้ายสี เจ้าสำนักนั้น เจ้าสำนักนี้เป็นอย่างนี้ ทำให้คำสอนที่เป็นพุทธประสงค์แท้จริง ผิดเพี๊ยนไป จึงไม่หันหน้าคุยกัน ต่างคนต่างถือทิฐิ เมื่อพระสงฆ์แตก ชาวบ้านก็แตกแยกไปด้วย ซึ่งพระสงฆ์ เป็นผู้มีความสำคัญต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง สามารถปรับความคิด การประพฤติปฏิบัติ ให้ใกล้เคียง หรือเทียบเคียงเหมือนกัน ความคิดไม่แตกต่าง ทำให้คณะสงฆ์มีความรักสามัคคี ปรองดองเพราะมาจากพ่อเดียวกัน อาจทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แต่ไม่ถึงเข่นฆ่าราวีรุนแรง
“ปัจจุบันความขัดแย้งทางโลก และทางธรรม เหมือนเอาเป็นเอาตาย ชาวบ้านพลอยผสมโรง อาตมาเห็นว่า สมเด็จพระสงฆราช ที่มีพระดำรัสดังกล่าว ถือว่าพระองค์ทรงมีความปรารถนาดี อยากให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า สนองพระดำรัสพระองค์ท่าน เพื่อสร้างความปรองดองแท้จริง ไม่ใช่เพียงแต่พูด ต้องร่วมกันปฏิบัติจริงจัง มีนโยบาย หลักเกณฑ์ หลักการ เพื่อนำไปสู่หลักธรรมที่ดีงามนำสันติสุข ความปรองดอง รักสามัคคี ให้เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา และสังคมไทย ให้ยื่นยั่ง มีความสงบร่มเย็น ซึ่งทางวัดเป็นศูนย์ปฏิบัติ อบรมศีลธรรมและเป็นค่ายคุณธรรมเยาวชน เพื่อเป็นพุทธบูชา  และปลูกฝังเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว” พระราชโพธิวรคุณกล่าว
พระราชโพธิวรคุณกล่าวอีกว่า ตั้งแต่โบราณมา วัดเป็นแหล่งผลิตช่างสิบหมู่ ครู หมอ นักมวย นักปราชญ์ท้องถิ่น วัดจึงเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง ในองคาพยพประเทศ ปัจุบันให้ความสำคัญกับวัดน้อยไป บางวัดพยายามสร้างสรรค์สิ่งดีงามแต่ถูกใส่ร้ายป้ายสี เรื่องนิดหน่อย ก็ทำเป็นเรื่องใหญ่ อาจผิดกฎหมายจริง แต่ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ หรือเป็นมหาโจร ข่มขืน จี้ปล้น ซึ่งมีอายุความ 20 ปี หากออมชอม ไกล่เกลี่ย ยืดหยุ่นกันได้ ไม่กดดันกันเกินไป สามารถปรองดองได้
“ในโอกาสที่สมเด็จพระสงฆราช ทรงห่วงใยประชาชนทุกหมู่เหล่า รู้สึกมีความชื่นชม โสมนัส ที่ทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ทั้งบุคลิก จริยวัตรของพระองค์ เหมาะสมทุกประการ เหมาะเป็นที่กราบไหว้สักการบูชาของพสนิกรชาวไทย และเป็นประมุขแห่งสงฆ์ นำความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความยั่งยืนพระพุทธศาสนา ให้สืบและอยู่คู่ประเทศตลอดกาลนาน เชื่อว่าพระองค์ท่านสามารถสร้างความรักสามัคคี และปรองดองแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้” พระราชโพธิวรคุณกล่าวตอนท้าย