ตม.หนองคายรวบสาวอุดรฯคาด่าน มีหมายจับเปิดเฟซหลอกประมูลของ เหยื่อสูญเงินราว 8 หมื่น

4.03.17 | 16:32 น.

วันที่ 4 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องสืบสวนกองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย , ร.ต.อ.อภิชาติ คลธา รอง สว.ตม.จ.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ได้ร่วมกันสอบสวนจับกุมนางสาวสุภัชชา อัปการัตน์ อายุ 21 ปี ต.บ้านโคก อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ได้ขออำนาจศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับ ที่ จ.503/2559 ลงวันที่ 5 ส.ค.2559 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

โดยจับกุมได้ขณะที่ น.ส.สุภัชชา ได้เดินทางมายังสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย กำลังยื่นเอกสารขอเดินทางออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทราบว่ามีหมายจับจึงได้ควบคุมตัวไว้

พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ประจักษ์จิตร์ สว.ตม.หนองคาย กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ แจ้งข้อมูลของน.ส.สุภัชชา ให้ทำการจับกุม หากมีความเคลื่อนไหวออกนอกประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาที่มีประชาชนผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ว่าเข้าร่วมประมูลซื้อสินค้าทางเฟสบุค โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.สุภัชชา แล้วไม่ได้สินค้า ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่า น.ส.สุภัชชา มีพฤติการณ์เปิดเฟสบุคโดยใช้ชื่อและรูปหน้าบุคคลอื่นเป็นโปรไฟล์ของตัวเอง จากนั้นจะหาก็อปปี้รูปสินค้าประเภทเครื่องเสียง เครื่องสำอาง กระเป๋า จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาประมูล ก็จะมีคนหลงเชื่อเข้ามาร่วมประมูลตั้งแต่ราคา 100-5,000 บาท มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 30 ราย บางรายได้นำหลักฐานการโอนเงินและการพูดคุยทางออนไลน์กับ น.ส.สุภัชชา ไปแจ้งความร้องทุกข์ในหลายจังหวัด

ด้าน น.ส.สุภัชชา  ให้การรับสารภาพว่า เริ่มทำการประมูลสินค้าทางเฟสบุคมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ทุกครั้งที่มีคนหลงเชื่อโอนเงินมาให้ตนก็จะปิดเฟสบุคหนีแล้วไปเปิดเฟสบุคใหม่ในชื่อใหม่ และทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ได้เงินรวมกันแล้วประมาณ 80,000 บาท ที่ทำเช่นนี้เพราะต้องการหาเงินเลี้ยงยาย แต่ไม่รู้จะทำอะไร และกำลังจะเลิกทำอยู่พอดี ซึ่งในครั้งนี้ก็จะเดินทางไปประเทศลาวเพื่อหาสินค้ามาขายที่บ้านให้ถูกต้อง โดยไม่รู้ว่าตนมีหมายจับติดตัวอยู่

จากนั้น เจ้าหน้าที่จะได้ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ท้องที่เกิดเหตุ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement