หมายเรียก 19 คนคุมอาคารลูกโลก เป้า ‘ดีเอสไอ’ ค้นธรรมกาย สั่งห้ามเข้าพื้นที่

4.03.17 | 19:02 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอ สไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและทหารติดตั้งป้ายประกาศเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ทั้งหมด 3 ใบ ในตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประกาศในวันนี้ ให้พระภิกษุสามเณรสังกัดวัดพระธรรมกายทุกรูป ที่ชุมนุมในตลาดกลางคลองหลวงและพื้นที่โดยรอบ กลับเข้าไปปฏิบัติศาสนกิจในวัด ส่วนพระภิกษุสามเณรที่ไม่ได้สังกัดวัดพระธรรมกายให้กลับไปปฏิบัติศาสนกิจในสังกัดเดิมของตน ตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2560

รองโฆษกดีเอสไอกล่าวว่า ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าแยกประเด็นเป็น 2 ส่วนคือ มาตรการในเรื่องของพระธรรมวินัยควบคู่ไปกับมาตรการทางกฎหมาย ในวันนี้ประเด็นสำคัญคือทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีการดำเนินการกับทางพระแกนนำ อาทิ พระปลัดเสกสรร ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียกแล้วหากไม่ตามหมายเรียกก็จะทำการออกหมายจับ หากในชั้นพนักงานสอบสวนไม่เห็นชอบให้ประกันตัวทางคณะสงฆ์ก็จะดำเนินการให้ศึกซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน สำหรับพื้นที่ตามคำสั่งมาตรา 44 นั้น หรือที่เรียกว่าพื้นที่ควบคุมการเข้า-ออก คือวัดพระธรรมกายและมูลนิธิ สำหรับพื้นที่โดยรอบนั้นไม่มีการกำหนดข้อห้ามไว้เพียงแต่กำหนดห้ามกระทำกิจกรรมบางประการ อาทิห้ามดำเนินการในการยุยงปลุกปั่น ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง หากพบใครกระทำความผิดก็สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ทันที ขณะนี้มีการพิจารณาว่าบริเวณโดยรอบจะออกคำสั่งห้ามชุมนุมที่ถึงเป็นการขัดขวางมาตรา 44 แต่ไม่ได้มีการห้ามเข้า-ออกในพื้นที่ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงเริ่มจัดการกับทางแกนนำก่อนในเบื้องต้น

เมื่อถามว่าจากการดำเนินการดังกล่าวที่ต้องการจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ขณะนี้มีการเบี่ยงเบนไปในทิศทางอื่นหรือไม่นั้น

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ไม่มีการเบี่ยงเบนเป้าหมายหลักของเจ้าหน้าที่ยังคงเป็นพระเทพญาณมหามุนี แต่เนื่องด้วยมีการติดขัดทางด้านมวลชน จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนการทำงาน คือจะต้องดูเวลาในการเข้าตรวจค้นอีกครั้ง ทั้งนี้ก็ต้องแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมภายนอกควบคู่กันไป ทั้งนี้มีการออกหมายเรียกทั้ง 19 คนเพื่อมาซักถามว่าเป็นบุคคลที่ควบคุมดูแลอาคารลูกโลกซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบทั้งนี้มีคำสั่งในทั้ง 19 คนห้ามเข้าพื้นที่ดังกล่าวด้วย สำหรับระยะเวลานั้นแล้วเสร็จนั้นไม่สามารถระบุได้แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำงานอย่าเต็มที่มีการออกหมายเรียกทั้งสิ้น 62 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 9 ราย

ถามต่อว่ากระแสโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า 16 วันผ่านไปยังไม่ได้สามารถปฏิบัติการใดได้เลยนั้นเป็นการดึงงบประมาณหรือไม่

Advertisement

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เรื่องจากเป้าหมายที่เข้าปฏิบัติไม่ใช่เป้าหมายทางทหารที่สามารถใช้กำลังเข้าตีแต่เป็นเป้าหมายพลเรือน ความเชื่อความศรัทธา หากใช้กำลังก็จะเกิดการทำลายพระพุทธศาสนา ดังนั้นจึงให้อำนาจไปยังทาง พศ. ให้ตรวจสอบในเรื่องของพระวินัย เป็นเรื่องของภาพที่จะออกไปยังสังคมและทั่วโลกเพื่อให้ตัดสินข้อเท็จจริงเอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการล่าช้า

ด้านนายณัฐกิตติ์ ไชนวรรณรัตน์ ตัวแทนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า เหตุในที่อาจจะเกิดการล่าช้าเนื่องจากทาง พศ. ไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะจัดการกับทางพระสงฆ์ หรือ สามเณร จะต้องประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครอง ทางตนไม่มีสามารถที่จะดำเนินการในการควบคุมพระได้ หากเจ้าคณะผู้ปกครองต้องการให้ทาง พศ.ดำเนินการอะไรก็จะกระทำตามนั้น และถ้ามีการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดก็จะทำการสั่งให้เจ้าอาวาสสั่งให้พระรูปดังกล่าวทำการออกจากวัดไป สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าคณะจังหวัดกับวัดนั้นตนไม่สามารถตอบได้ ซึ่งอย่างไรก็ตามทาง พศ. ไม่มีอำนาจในการจับพระศึก หากถ้า พศ.ทำเกิดกว่าเหตุก็จะโดนพระฟ้องได้