หน้าแรก ในประเทศ ทนายเชาว์ ชี้...

ทนายเชาว์ ชี้ ดิไอคอน ไม่ใช่โมเดลธุรกิจ แต่เป็น องค์กรอาชญากรรมระดับชาติ แนะนายกฯดูแลใกล้ชิด

15.10.24 | 16:39 น.

“ทนายเชาว์” ชี้ “ดิไอคอน” ไม่ใช่แค่โมเดลธุรกิจ แต่เป็นองค์กรอาชญากรรมระดับชาติ แนะนายกฯ ส่งคดีให้ “ดีเอสไอ” ทำ เหตุ ปชช.ขาดความเชื่อมั่น อ้างมีเสียงลือหนาหู “คนมีสีเป็นแบ๊ก” ปรากฏคลิปจ่ายเงินใต้โต๊ะ ขรก.-นักการเมือง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายเชาว์ มีขวด ทนายความ อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กใน Chao Meekhuad เรื่อง “ขบวนการดิไอคอน องค์กรอาชญากรรมระดับชาติ ไม่ใช่โมเดลธุรกิจ” ระบุว่า กรณี ดิไอคอนกรุ๊ป กลายเป็นคดีระดับประเทศ ลามไปทุกวงการ กระทั่งล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการคดี ว่ามียอดผู้เสียหายกว่าพันคน มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาทแล้ว และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ทยอยเข้าแจ้งความ ส่วนการสอบสวน ยิ่งสาวลึก ยิ่งเห็นเส้นทางของ ดิไอคอน ที่ทำกันเป็นขบวนการ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนักการเมืองและสีกากี รู้เห็นเป็นใจ เป็นเกราะคุ้มกัน ไม่เช่นนั้นคงยืนระยะมากว่า 6 ปี ไม่ได้

“ผมมองว่ากรณี ดิไอคอน คือองค์กรอาชญากรรมระดับชาติ ที่อาศัยความมีชื่อเสียงของดารารวมตัวกันเป็นคณะบุคคล แบ่งหน้าที่กันทำ เป็นขบวนการ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ รู้เห็นเป็นใจ ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า จนถึงขณะนี้ ทำไมตำรวจยังไม่ออกหมายจับผู้ต้องหา แต่กลับปล่อยให้ผู้ต้องหาลอยนวล สามารถออกทีวี บีบน้ำตาแก้ข้อกล่าวหายังกะจัดอีเวนต์ ทำเป็นเหมือนกับคดีเล็กน้อยที่สามารถให้อภัยกันได้ ทั้งๆ ที่คดีเป็นภัยต่อสังคมร้ายแรง เข้าข่ายลักษณะองค์กรอาชญากรรมอั้งยี่หรือซ่องโจร หากปล่อยเวลาให้ทอดไปเช่นนี้สุดท้ายจะไม่เหลือทรัพย์สินอะไรที่จะติดตามคืนให้กับผู้เสียหาย

ผมจึงเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ลงมากำกับดูแลคดีอย่างใกล้ชิด โดยโอนคดีไปให้กรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) รับผิดชอบ เพราะเข้าเงื่อนไข คดีพิเศษไม่ว่าจะเป็นมูลฐานความผิด จำนวนผู้เสียหายหรือมูลค่าความเสียหาย ที่ดีเอสไอสามารถรับคดีไว้ดำเนินการได้ รวมทั้งเร่งรัดให้ ปปง.ตรวจสอบทรัพย์สินและยึดอายัดทรัพย์สิน ของกลุ่มผู้กระทำความผิดทุกรายให้เร็วที่สุด คดีนี้เริ่มมีการปล่อยข้อมูลทำนองจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับข้าราชการ นักการเมือง หากไม่ทำคดีให้เกิดความโปร่งใส สุดท้ายจะเกิดความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมตั้งต้น จึงควรโอนคดีไปให้ดีเอสไอดำเนินการ เนื่องจากมีเสียงลือหนาหูว่าคนมีสีเป็นแบ๊กให้ ไม่อย่างนั้นอยู่มาไม่ได้จนถึงวันนี้” นายเชาว์ระบุ

Advertisement