ดีเอสไอเผย พระ ธรรมกาย บางรูป มีเงินหมุนเวียนบัญชีกว่า 10 ล. กลุ่มเคลื่อนไหวจะย้ายไปตลาดป้าเช้ง

5.03.17 | 19:22 น.

เมื่อเวลา18.10 น.วันที่ 5 มีนาคม ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.)ภาค 1 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินการจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ ผ่านมา เข้าสู่มากว่า 18 วัน ว่ามีการบังใช้กฏหมายออกหมายเรียกกับแกนนำและพระสงฆ์รวม 91 ราย สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่รอบนอกตามพื้นที่ที่จะก่อความไม่สงบเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยตามจุดต่างๆเกิดขึ้นพบว่าบริเวณตลาดกลางคลองหลวงเป็นพื้นที่ภายนอกสถานการณ์ควบคุมได้

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่าข้อมูลจากหลักฐานที่พิสูจน์ได้และพบว่ากลุ่มความเคลื่อนไหวจะย้ายพื้นที่ไปตลาดป้าเช้ง มีประชาชนและ สงฆ์ 2 รูป เณร 9 รูป รวม 34 ราย พระบางรูปมีเงินในบัญชีธนาคารมากกว่า 10 ล้านบาท ถึงหลักแสน พฤติการณ์มีโอนเงินเข้าบัญชีทุกวัน สอบถามอ้างว่าเป็นเงินทำบุญ สนับสนุนต่อต้านปฏิรูป พบพฤติการณ์โอนเงินทุกวัน โดยการเรียกป้าเช้ง มาพบนี้นเพื่อสอบถามประเด็นที่สงสัยอยู่ถึงความเชื่อมโยงกับพระทั้งสองรูป และเชื่อว่าพระทั้งสองรูปมีความเชื่อมโยงดับพระในพื้นที่หลายๆจังหวัดซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบวิเคราะห์ข้อมูล แต่พระบางรูปพบว่าเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ถ้าหลักฐานเพียงพอทางเราก็จะดำเนินการเป็นรายๆไป

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า กฏหมายที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ประกาศห้ามพระชุมนุมนั้นกฏหมายฉบับนี้ใช้ได้ทั่วประเทศไม่ใช่ใช้เฉพาะที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวงกรือวัดพระธรรมกายและใกล้เคียง ซึ่งพระสงฆ์ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง พศ.หากฝ่าฝืนการปฏิบัติต้องผิดวินัยสงฆ์จึงขอร้องผู้ควบคุมพระสงฆ์ช่วยกันดูแลพระที่จะมาร่วมชุมนุมในส่วนนี้ประชาชนอาจมองพระสงฆ์ไม่ดี

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่าสำหรับตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมในการฝ่าฝืนคำสั่งให้เข้าพื้นที่ควบคุมเราจะมีการพูดคุยดีๆก่อนจะไม่มีการดำเนินคดี หลังมีการบังคับใช้กฏหมายมีบุคคลที่มีพฤติการณ์ออกนอกพื้นที่ไปแล้ว 40-50 ราย
ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะฝากบอกกับประชาชนถึงการปฏิบัติการล่าช้ากับผู้ต้องหาตามหมายจับอย่างไร พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้การดำเนินการมีแผนปฏิบัติการ การตัดสินใจ ประเมินสถานการณ์ทุกเวลา ความละเอียดอ่อนของพุทธศาสนาของเราเองมีความเชื่อ การปฏิบัติกับพระสงฆ์ต้องประนีประนอม เลยบังคับใช้ กม. ส่วนถึงเวลาสุกงอมแล้วหรือยังตนตอบไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าส่วนที่มีข่าวภายในวัดทำบังเกอร์ไว้นั่นมีการตรวจสอบกรือไม่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่าเรามีการข่าวอยู่ในส่วนนี้สื่อเป็นคนนำเสนอเอง ลองคิดดูหากวัดมีบังเกอร์มันเหมาะสมหรือไม่ ประชาชน และสื่อมวลชน ต้องเฝ้าดูเอง

Advertisement

“ไม่ได้ดูหมิ่นหรือทำร้ายพระสงฆ์ คนเคลื่อนไหวรับผลประโยชน์มีเงินทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากเครดิตยูเนียน ออกมาต่อสู้เพราะขัดประโยชน์ของตัวเอง ในระดับแกนนำอยู่เบื้อง พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว”