บิ๊กเต่า ยัน 3 คลิปเสียงเป็นคลิปจริง เตือนพระเอก-นางเอกอาจเป็นผู้ร้าย ลั่นเทวดาอาจตกสวรรค์ ด้าน บิ๊กอ้อ เผยยังไม่เเจ้งข้อหา 18 บอสเพิ่ม
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายหลังการประชุมหารือนานกว่า 1 ชม. กรณีแนวทางการตรวจสอบคลิปเสียงลับที่อ้างถึงนักร้องเรียน-นักการเมืองชื่อดัง ที่เรียกรับเงินจาก นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้าของชุดทำงานว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ขณะนี้กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ซึ่งมีคลิปเสียงอยู่จำนวนมากพอสมควร ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ หรือใครก็แล้วแต่ที่มีส่วนได้รับผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนก็ตาม
ซึ่งตอนนี้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้มอบอำนาจให้ตนเป็นประธานตรวจสอบเรื่องนี้ จึงมีอำนาจดำเนินคดีกับทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยจากที่ทุกคนได้ฟังคลิปเสียงแล้ว ขณะนี้ได้รับคำยืนยันจากบอสพอลแล้วว่าเป็นคลิปเสียงจริง แต่ในรายละเอียดว่าไปพูดถึงใครอะไรยังไง เชื่อว่าทุกคนก็พอจะทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเสียงใคร แต่เบื้องต้นตนขอปิดไว้เป็นข้อมูลในการสืบสวน ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบสถานภาพอยู่ว่ากลุ่มนี้มีสถานภาพในห้วงเวลาเกิดเหตุเป็นใครอย่างไร หากเป็นประชาชนทั่วไปก็ยากที่จะดำเนินการเอาผิด เพราะว่านายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ยังไม่ให้ข้อมูลในส่วนนี้แต่หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มั่นใจว่าจะดำเนินการเอาผิดได้
“ยังไม่ขอเปิดเผยว่ามีกี่คน ส่วนหน่วยงานของเจ้าหน้าที่รัฐทั่วไปยังไม่มีและยังไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้อง แต่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการร่วมกับ บก.ปอท.และ บก.ป.”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเรียกนักการเมือง ส. ที่ปรากฏในคลิปมาให้ข้อมูลเมื่อไร พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยากได้คลิปเต็มก่อน เพื่อไปดำเนินการต่อ แต่คลิปที่ได้มาในบางส่วนขณะนี้จะต้องนำไปตรวจสอบร่วมกับ พฐ.ว่าเป็นคลิปที่มีการตัดต่อหรือไม่ แต่หากจะให้ยืนยันว่าเป็นเสียงของผู้ใดนั้น ทาง พฐ.คงยืนยันให้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องไปทำข้อมูลตรงนี้ต่อและสำหรับนักร้องเรียนที่มีการไปรีดทรัพย์บอสพอลนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เบื้องต้นพบว่ามีทั้งนักร้องเรียนหญิงและชาย โดยมีการรีดทรัพย์ไปหลักล้าน และบอสพอลได้จ่ายไปแล้ว
ส่วนที่มีนักร้องเรียนหญิงรีดทรัพย์จากบอสพอล 10 ล้านบาท เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นระดับแม่ข่าย ซึ่งแตกมาจากดิไอคอน จึงพาลูกทีมมาร้องเรียนดิไอคอน แต่ได้มีการรับเงินคืนไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบก่อนว่ามีเจตนาที่มาที่ไปอย่างไร โดยส่วนนี้จะเป็นการดำเนินการของ บก.ปคบ.
ส่วนคลิปเสียงที่ได้มามีจำนวน 3 คลิป ที่เป็นคลิปที่บอสพอลยืนยันว่าเป็นคลิปจริง ประกอบด้วยคลิปของ ส. 2 คลิป และอีก 1 คลิป เป็นคลิปเสียงเครือข่ายของบอสพอลที่มีการกล่าวถึงกลุ่มเทวดา
ถามต่อว่าพอจะทราบหรือไม่ว่าเทวดาตัวจริงเป็นใคร พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า ยังไม่ทราบว่าเทวดาตัวจริงเป็นใคร ขอเวลาทำงานก่อน ตนก็อยากจะเจอเทวดาที่คุ้มครองจริงๆ ขณะนี้กำลังดูไฟล์คลิปเสียงดูรายละเอียดอยู่ แต่ด้วยความเสียหายที่กว้างระดับนี้ ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้บุคคลกลุ่มนี้รอดพ้นจากคดี เบื้องต้นหากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 148
สำหรับเทวดาที่มีตัวย่อ ป.อ. ตนขอบอกว่าอย่าเพิ่งพูดถึงใคร เพราะตำรวจจะทำตามข้อเท็จจริง โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ ทาง บก.ปปป.จะเรียกหนึ่งในพยานมาสอบ ส่วนการสอบบอสพอลได้เร็วที่สุดในวันที่ 23 ต.ค.นั้น หากอยากรวดเร็วกว่านี้ก็สามารถวิดีโอคอลสอบได้เลย
“อยากจะเจอเทวดา แต่จะเจอไม่เจอต้องรอดูกันต่อไป ระวังพวกที่ทำเพื่อสังคมจะเป็นเทวดาเองหรือไม่ อย่าไปฟังอะไรมาก เพราะบางทีพระเอกนางเอกอาจกลายเป็นผู้ร้ายได้ หากพบหลักฐานถึงใครที่เกี่ยวข้อง เทวดาอาจจะตกสวรรค์ได้” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ 18 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปเพิ่มเติม ส่วนการสอบเส้นทางการเงิน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง โดยการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องล็อต 2 นั้น ยังคงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุม ส่วนนี้จึงไม่อยากกำหนดกรอบระยะเวลาว่าจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ ยืนยันการทำคดีมีความคืบหน้าทุกวัน

