หน้าแรก ในประเทศ กองทัพเรือประ...

กองทัพเรือประกาศ ยุติการซ้อมใหญ่ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งที่ 2 หลังพายุกระหน่ำ

22.10.24 | 17:08 น.

กองทัพเรือประกาศ ยุติการซ้อมใหญ่ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งที่ 2 หลังฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก

เมื่อเวลา 15.14 น. วันที่ 22 ตุลาคม กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี (คตร.) ได้จัดการซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 ต.ค. ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร โดยวันนี้เป็นการซ้อมใหญ่เสมือนจริง ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคได้เริ่มต้นเคลื่อนตัวออกจากท่าวาสุกรีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นได้ไม่นานได้เกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทำให้ขบวนเรือเกิดความยากลำบากในการฝึกซ้อม น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจำนวนมาก กองทัพเรือจึงประกาศยุติการซ้อมลงทันทีเพื่อความปลอดภัยของฝีพายนายทหารทุกคน นอกจากนี้ประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอชมขบวนเรือบางส่วนยังคงตากฝนรอชมขบวนเรือ แต่บางส่วนได้ทยอยกันเดินทางกลับ

Advertisement

การนี้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้จัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปแล้วหนึ่งครั้งก่อนหน้านี้ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 แต่เป็นครั้งแรกในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร ซึ่งการจัดรูปขบวนเรือพระราชพิธีตามรูปแบบโบราณราชประเพณี มีจำนวนเรือทั้งสิ้น 52 ลำ แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย

ริ้วสายกลางซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรืออัญเชิญผ้าพระกฐินประดิษฐานเหนือบุษบก ลำที่ 2 เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือที่ประทับ เรือลำที่ 3 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือที่ประทับของพระบรมวงศ์ และเรือลำที่ 4 เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง

ส่วนริ้วสายในขนาบข้างสายเรือพระที่นั่งมีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชลและเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ 8 ลำ และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทองซึ่งเป็นเรือคู่ชัก รวมทั้งสิ้น 14 ลำ และริ้วที่ 3 เป็นริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้งและเรือแซง สายละ 14 ลำ รวมทั้งสิ้น 28 ลำ และจะเริ่มต้นเคลื่อนออกจากท่าวาสุกรี ไปสิ้นสุดที่ท่าวัดอรุณราชวรามราม ระยะทาง 3.9 กิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า แม้ฝนจะตกลงมาอย่างหนัก ฝีพายทุกนายก็ยังคงทรหด อดทนพายเรืออย่างพร้อมเพรียงเพื่อประคองขบวนเรือที่ลอยอยู่กลางลำน้ำ ท่ามกลางสายฝนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ฝีพายมีท่วงท่าพายเรืออย่างเป็นจังหวะ สง่างาม และพร้อมเพรียง เสียงเห่เรือดังกึกก้องไปทั้งคุ้งน้ำ ขานรับเป็นจังหวะกับเสียงเห่ไม่ขาดสาย

ขณะที่คลื่นลมและสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมา ส่งผลให้ขบวนเรือเกิดการเอียงเล็กน้อย แต่กระนั้นด้วยความวิริยะอุตสาหะของฝีพายทุกนาย สามารถกู้สถานการณ์และประคับประคองขบวนเรือให้กลับมาสามารถแล่นกลางแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเป็นปกติ แม้การฝึกซ้อมเสมือนจริงในครั้งนี้จะพบเจอกับอุปสรรคและสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยมากมาย แต่กระนั้นฝีพายทุกนายยังคงปฏิบัติหน้าที่ และตั้งใจฝึกซ้อมด้วยความมุ่งมั่น อีกทั้งขบวนเรือทั้ง 52 ลำ ยังคงงดงามแม้จะถูกบดบังไปด้วยสายฝนที่กระหน่ำลงมาก็ตาม

นางสุภาภรณ์ ไพนาค คุณครูวัยเกษียณ กล่าวว่า เคยรับชมขบวนเรือมาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับชมท่ามกลางสายฝน ซึ่งตนประทับใจมาก และอยู่ชมพิธีซ้อมจนจบเพื่อให้กำลังใจฝีพายทุกนายให้พายเรือไปถึงฝั่งได้อย่างสำเร็จ อีกทั้งยังระบุว่า ขบวนเรืองดงามมาก เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรสืบสาน และอนุรักษ์สืบไป จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

ขณะที่ นางเยาวเรศ หมูดี อายุ 54 ปี อาชีพข้าราชการครู จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค รู้สึกดีใจที่เรามีวัฒนธรรมที่ดีงามเช่นนี้ให้ลูกหลานได้อนุรักษ์ สืบทอด การที่ได้ร่วมชมพิธีซ้อมในครั้งนี้ก็รู้สึกดีใจมาก แม้ฝนจะตกลงมาอย่างหนักแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะใจสำคัญที่สุด

“เป็นภาพที่ประทับใจมาก วินาทีที่เรือเคลื่อนขบวนออกมา เหมือนอยู่บนสรวงสวรค์ ไม่มีวัฒนธรรมที่ไหนบนโลกที่จะสวยงามได้ขนาดนี้ เป็นภาพความประทับใจที่ไม่มีวันลืม” นางเยาวเรศกล่าว

จากซ้าย นางสาวน้ำทิพย์ และนางเยาวเรศ

ด้าน นางสาวน้ำทิพย์ สาวใต้จากสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กล่าวว่า เดินทางมาตั้งแต่เช้าเพื่อร่วมชมความงดงามของขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค  พร้อมระบุว่าจับจองที่นั่งและไม่เคลื่อนย้ายไปไหนเลยแม้ฝนจะตกลงมาอย่างหนัก เพราะอยากให้กำลังใจฝีพายทุกนาย ที่ฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้ประชาชนได้ชมความงดงามของพิธีในครั้งนี้ อีกทั้งยังให้คำมั่นว่าวันจริงจะเดินทางร่วมชมอีกครั้งอย่างแน่นอน

“ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคสวยงามมาก เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้เห็นภาพของขบวนเรือทั้ง 52 ลำ ท่ามกลางสายฝน รู้สึกตื้นตันใจมากๆ ที่ประเทศเรานั้นมีวัฒนธรรมที่สวยงามขนาดนี้” นางสาวน้ำทิพย์กล่าว