‘กฤษอนงค์’ แจงยิบปมเรียกรับเงินสองทาง ยันเป็นเพียงแผนงานธุรกิจ

24.10.24 | 17:17 น.

‘กฤษอนงค์’ แจงยิบปมเรียกรับเงินสองทาง ยันเป็นเพียงแผนงานธุรกิจ

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมนำเอกสารมามอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. กรณีเอี่ยวเป็นนักร้องเรียกรับเงินจากผู้เสียหายและนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล

น.ส.กฤษอนงค์เปิดเผยว่า นำเอกสารหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจง 3 ประเด็น ประกอบด้วย เงิน 10 ล้านบาทที่ถูกกล่าวหาว่าตบทรัพย์บอสพอล ซึ่งเคลียร์กันไปแล้วว่าเป็นเงินที่คืนผู้เสียหายที่มีการจ่ายกันโดยตรง ส่วนเงิน 20% ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินสองทางจากฝั่งบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และผู้เสียหาย โดยชี้แจงว่าในคดีที่มีผู้เสียหาย 89 คน เป็นคดีที่เคยเกิดขึ้นและเคลียร์จบไปนานแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวโอนเงินเข้ากองทุน 20 คน และโอนค่าดำเนินการมา 20% เพียง 5 คน ส่วนอีก 64 คน โอนมา 3-5% และมี 1 ใน 64 คน ที่ขอเงินคืนจากกองทุน โดยกองทุนมีการโอนเงินคืนไปให้ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวมีเส้นบางๆ คั่นระหว่างธุรกิจขายตรง มันนี่เกม และแชร์ลูกโซ่ ทั้งนี้รู้จักระบบธุรกิจขายตรงดี เพราะทำงานด้านนี้ เคยเป็นผู้ประสบภัยมาก่อนที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้

น.ส.กฤษอนงค์กล่าวว่า ที่ออกมาชี้แจงก็เพื่อครอบครัว เนื่องจากช่วงนี้มีบุคคลปริศนาขับรถวนเวียนอยู่บริเวณบ้านทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยต่อครอบครัว สำหรับประเด็นเงิน 600,000 บาท ที่ถูกกล่าวอ้างว่าไปรีดไถบอสพอลมา ยืนยันว่าไม่ใช่ เป็นค่าดำเนินการเอกสารและแผนงานธุรกิจ ซึ่งมอบแผนงานดังกล่าวให้ น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ไปแล้ว โดยเตรียมเอกสารมาเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอท้าทนายความบอสพอลให้เปิดคลิปหลักฐานที่กล่าวอ้างดังกล่าว โดยกรณีที่มีการเรียกรับเงินเพื่อไปออกรายการนั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องของแผนปรึกษางาน ซึ่งมีรายละเอียดทั้งหมดของการพูดคุยกันผ่านแชตกับบอสปัน ซึ่งเป็นผู้ถือโครงการทั้งหมด ซึ่งเอกสารต้นฉบับมอบให้กับตำรวจไปแล้ว ถ้าหากตำรวจไปตรวจสอบก็จะพบว่าข้อมูลตรงกันที่ตนไม่ชี้แจง ทั้งนี้ที่ชี้แจงข้อมูลวันนี้เป็นการชี้แจงในส่วนของตน ไม่ได้นำข้อมูลบริษัทดิไอคอนมาเปิดเผยเพื่อเป็นการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น

“จะอโหสิให้ทุกอย่าง ทำอะไรไว้กับพัชร์ก็จะขอจบไว้แค่นี้ ครูบาอาจารย์สอนไว้ตัดกรรม เรามีหน้าที่เดิน ส่วนพ่อบอกว่า ถ้าอยู่กับไฟ มึงเป็นทองมึงก็อยู่ได้ แต่ถ้าวันนี้อยู่ไม่ได้ ก็แค่กลับไปทำหน้าที่แม่ของลูกและลูกของพ่อ อยู่ในพื้นที่ตัวเอง ไม่ต้องไปทำหน้าที่ช่วยใคร” น.ส.กฤษอนงค์กล่าว

Advertisement