บอสพอล ฉุน สั่งแจ้งความอัจฉริยะ ตีเนียน ฟังสอบปากคำบอสแล็บ เอาผิดพนักงานสอบสวนด้วย
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เดินทางมาพูดคุยและให้บอสพอลเซ็นเอกสารการมอบอำนาจดำเนินคดีตามออเดอร์ แต่ขณะเยี่ยมบอสพอลและบอสปีเตอร์ ได้บอกกลับมาทางทนายว่า วันนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้ามาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และมีการฝากเอกสารให้เจ้าหน้าที่เรือนจำนำไปให้กับบอสแล็บเซ็น ซึ่งบอสแล็บบอกว่าเป็นเอกสารเซ็นมอบอำนาจให้นายอัจฉริยะเป็นตัวแทนของบอสแล็บในการต่อสู้คดี การแถลงข่าว และการแต่งตั้งตัวแทนช่วงแต่งตั้งทนาย แต่เมื่อบอสแล็บเห็น ก็ไม่ได้เซ็นเอกสารดังกล่าวเพราะมองแล้วรู้สึกว่าไม่ได้มาดี
ซึ่งตนเองได้เจอนายอัจฉริยะที่บริเวณจุดรับเรื่องของเรือนจำมีการพูดคุยทั่วไปไม่ได้ถามถึงเรื่องคดีคุยกันเพียงแป๊บเดียวก็แยกย้าย ส่วนอีกเรื่องที่บอสพอล แจ้งให้ตนทราบและเป็นเรื่องที่ร้อนใจคือ วันนี้มีพนักงานสอบสวนของสอบสวนกลางเข้ามาสอบปากคำ บอสแล็บในเรือนจำ มีการนำผังโครงข่ายแม่ทีมดิไอคอนมาให้บอสแล็บยืนยัน ซึ่งทางบอสแล็บยังไม่ได้ให้การอะไร เพราะไม่มีทนายความ แต่ระหว่างการสอบปากคำนายอัจฉริยะได้เข้ามาอยู่ในห้องพนักงานสอบสวนด้วย ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางคดีหรือผู้ต้องหาร้องขอ
ทำให้ตนเอง ทีมทนายความตั้งข้อสงสัย พนักงานสอบสวนเป็นลูกน้องหรือทำงานให้นายอัจฉริยะหรือไม่ ทำไมถึงให้นายอัจฉริยะเข้ามาในห้องสอบสวนและมีอำนาจในการสั่งพนักงานสอบสวน ตนมองว่า พฤติกรรมแบบนี้เป็นความพยายามเจาะหลังบ้านของทีมทนาย ซึ่งตอนนี้ตนรู้พฤติกรรมแล้วและได้เตือนไปยังทีมทนายของผู้ต้องหาทุกคนให้ระวังแล้ว
และพฤติกรรมของนายอัจฉริยะทำให้บอสพอล ไม่พอใจและโมโหจึงจะให้ตนไปแจ้งความดำเนินคดีทั้งตัวนายอัจฉริยะและพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนจะแจ้งความใน ม.157 ส่วนตัวนายอัจฉริยะอาจจะแจ้งในข้อหาสนับสนุนให้กระทำความผิด โดยจะไปแจ้งกับบิ๊กเต่าในสัปดาห์หน้า ซึ่งทนายวิฑูรย์ยืนยันว่ามีกล้องวงจรปิดภายในเรือนจำสามารถเก็บภาพทั้งหมดไว้ได้
ส่วนเมื่อถามว่านายอัจฉริยะไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาแต่ทำไมถึงส่งเอกสารเข้าไปให้เซ็นได้ ทนายวิฑูรย์ระบุว่า เอกสารสามารถฝากเจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าไปได้แต่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ต้องหาจะเซ็นหรือไม่นั้นอีกเรื่อง

