ความสุขที่แท้จริง ประจวบ วงศ์สุข ทำนา ปลูกผัก ทอดแห ชูเศรษฐกิจพอเพียง

26.10.24 | 12:27 น.

รู้จัก ‘นายพล’ ทำนาปลูกผักทอดแห เดินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสุขที่แท้จริง ‘ประจวบ วงศ์สุข’

13 พฤศจิกายนทุกปีเป็น “วันแห่งความเมตตาโลก”

ขณะเดียวกันคนที่รู้จักชอบพอใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กจวบ” จะทราบว่า วันนี้เป็น “วันกัลยาณมิตร”

มวลมิตรของ “บิ๊กจวบ” จะมาร่วมตัวพบปะรับประทานอาหารร่วมกัน ที่บ้านสวนภูรวี ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

สำหรับบ้านสวนภูรวี บิ๊กจวบเล่าให้ฟังว่า ซื้อที่มาจากผู้ใหญ่บ้านเนื้อที่ 10 ไร่ ใกล้เขื่อนแม่กวง

Advertisement

ต่อมาค่อยๆ พัฒนา แล้วทำเป็นแปลงนาปลูกข้าว บ่อปลา เลี้ยงไก่ ปลูกผักสวนครัว ตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง

และด้วยอานิสงส์จากการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่รับราชการเป็น ร.ต.ท. สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

จึงได้ศึกษาแนวทางพระราชดำริแล้วได้น้อมนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระองค์มาใช้ในชีวิตประจำวัน

สำหรับการทำนาข้าวที่บ้านภูรวีแห่งนี้ รับทราบในหมู่วงคนใกล้ชิดว่ามีมอตโต “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ”

รรท.รองผบ.ตร.ขยายความว่า วันที่ 12 สิงหาคม ทุกปีจะรับรู้ว่าเรามาดำนาร่วมกัน แล้ววันที่ 5 ธันวาคม ทุกปี มาร่วมกันเกี่ยวข้าว ซึ่งทำมาตั้งแต่ปี 2556 แล้ว

“หลังถวายพระพร 12 สิงหาคมแต่ละปี เราจะเปลี่ยนจากชุดปกติขาวเป็นชุดดำนา มีพี่น้องประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ก็มาช่วยกัน บางปีมีเจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่กงสุล มาร่วมด้วยช่วยกัน บรรยากาศสนุกสนาน”

“ที่สำคัญคือเราเข้าใจเกษตรกรว่าการทำนา การทำเกษตรกรรมมีความยากลำบากแค่ไหน กว่าที่จะได้ผลผลิต ต้องดูแลทะนุถนอม”

“สำหรับวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเกี่ยวข้าวนั้นมีความคึกคักมากเช่นกัน”

บิ๊กจวบบอกอีกว่า วันที่คึกคักมากที่สุดคือ “วันตีข้าว” คือ เมื่อเกี่ยวเสร็จแล้วก็เอามาตากแห้ง จากนั้นเอาเมล็ดข้าวออกจากรวง ตามวิถีชาวบ้านเก่าๆ จะมีการมาช่วยกัน เรียกว่า การลงแขก ส่วนใหญ่จะทำกลางคืนเพราะไม่ร้อน สนุกมาก คนรุ่นหลังไม่ค่อยได้เรียนรู้ชีวิตชาวนา คนรุ่นใหม่จากกรุงเทพฯเดินทางมาดู แม้กระทั่งตำรวจออสเตรเลียก็เคยเดินทางมาดู

ขั้นตอนต่อไปเอาข้าวเปลือกไปให้โรงสีใกล้ๆ บ้านสวนสีข้าวให้ ซึ่งสีให้ฟรี แล้วบรรจุหีบห่อแจกจ่ายพี่น้องประชาชน และครอบครัวผู้ใต้บังคับบัญชา

“ผมว่าเป็นกิจกรรมที่สนุกสนานและมีประโยชน์ ผลผลิตที่ได้แบ่งให้ชาวบ้านและพี่น้องตำรวจ ทำให้วิถีชีวิตคนเรามีความสุขที่แท้จริง” รรท.รอง ผบ.ตร.กล่าว

เจ้าตัวขยายให้ฟังอีกว่า แรกๆ หลังจาก “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” ได้ทำนาอีกปีละ 2-3 ครั้ง เพราะพื้นที่ติดกับเขื่อนแม่กวงน้ำมีทั้งปี แต่ระยะหลังคนนิยมทานข้าวน้อยลง เพราะกลัวเป็นโรคเบาหวานบ้าง กลัวอ้วนบ้าง ทำให้เหลือปีละครั้ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา พล.ต.ท.ประจวบ พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชาจัดกิจกรรมการทำนาปลูกข้าว มีข้าราชการตำรวจ อาทิ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิกา ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด, พ.ต.ท.วิมล วงศ์สิงห์ สว.หน.สภ.แม่โป่ง ฯลฯ เข้าร่วมช่วยกันคนละไม้ละมือ

ปรากฏว่าวันนั้นผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ทอดแหด้วย เขาเผยว่า “มันเป็นวิถีชาวบ้าน สนุกดี ที่ได้เลี้ยงปลาเอง ทอดแหเอง ที่ทำได้อย่างนี้ เพราะส่วนหนึ่งเติบโตมาจากภูธรคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน ค่อยๆ เรียนรู้การทอดแหซึ่งไม่ยากเลย”

หลังจากนั้นผู้ใต้บังคับบัญชานำแนวคิดนี้กลับไปทำที่บ้าน เนื่องจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และสร้างเสริมความรักความอบอุ่นในครอบครัว

ความประทับใจอีกครั้งหนึ่งในของชีวิต พล.ต.ท.ประจวบ ได้ย้อนให้ฟังว่า “ผมมีความสุขตอนเป็น ผบช.ภ.5 จำได้เลยว่าเมื่อ 7 ตุลาคม 2562 ได้ถวายงาน และรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยช่วงหนึ่ง พระองค์ตรัสว่า ‘ตำรวจพันธุ์ดี’ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าคืออะไร ต่อมาทราบว่าพระองค์พระราชทาน ‘ทหารพันธุ์ดี’ ที่ปลูกผักตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้รับสนองพระราชดำริพระองค์ ทำโครงการ ‘ตำรวจพันธุ์ดี'”

รรท.รองผบ.ตร.ให้ข้อมูลว่า ได้ทำโครงการตำรวจพันธุ์ดีที่เชียงรายเป็นแห่งแรก พระองค์ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ให้กับตำรวจ ทรงส่งผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาดิน พันธุ์พืช เมล็ดพันธุ์ผัก มาสอนตำรวจ ด้วย ต่อมาได้ขยายโครงการนี้ไปใน 8 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในภาค 5 แล้วขยายต่อไปโรงพักทุกแห่ง

“ประทับในที่สุดเมื่อกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯได้เสด็จเยี่ยม สภ.งอบ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นโรงพักเล็กมีเนื้อที่ไม่ถึงไร่ ซึ่งได้ทำโครงการตำรวจพันธุ์ดีด้วย ที่ไม่เกิน 2 งาน เส้นทางอยู่ระหว่างก่อสร้าง พระองค์เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงเยี่ยมและเสวยพระกระยาหารที่นั่นด้วย”

ถือเป็นความภาคภูมิใจของข้าราชการตำรวจและครอบครัวตำรวจ

ภายหลังจากทำ “โครงการตำรวจพันธุ์ดี” สามารถเก็บผลิตผลมาประกอบอาหารกลางวัน และเผื่อแผ่ให้ชาวบ้านที่มาติดต่อ มาแจ้งความที่โรงพักด้วย

สำหรับต้นเดือนธันวาคมนี้ นรต.ที่ 39 จะจัดพบปะกันที่บ้านสวนภูรวี ตอนนี้ยังรับราชการอยู่ 10 กว่าคน

จ้าของบ้านสวนภูรวีทิ้งท้ายไว้ว่า “การมีชีวิตอยู่คือชัยชนะ ยศฐาบรรดาศักดิ์เป็นแค่ชั่วคราว แต่ความสุขของเราคือการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ผมว่าสิ่งนี้สำคัญที่สุด”