เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่ห้องประชุมเกียรติธรรม กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักคดีพิเศษภาค แถลงการปฏิบัติงานเข้าตรวจค้นบริเวณโซนดีต่อเนื่องโซนเอ ข้างอาคารบุญรักษา หลังจากพบภาพถ่ายทางอากาศมีการขุดร่องน้ำเพื่อสกัดกั้นการนำรถเข้า-ออก และพบถังน้ำมัน 200 ลิตร จำนวน 18 ถัง วางเรียงอยู่ในพื้นที่ เมื่อเข้าในพื้นที่ถูกพระและมวลชนขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่
โดย พ.ต.ท.กรวัชร์เปิดภาพถ่ายทางอากาศเป็นภาพเคลื่อนไหว พร้อมเปิดเผยว่า ในการเข้าตรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวพบรถแบ๊กโฮกำลังขุดร่องน้ำ 5 ร่อง ตัดถนนเชื่อมระหว่างโซนเอและโซนดี พร้อมกันนั้นมีพระคาดหน้าพร้อมมวลชนจำนวนมากออกมาต่อต้าน ไม่สามารถทำงานได้ เจ้าหน้าที่จึงถอยออกมาเพราะไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่ง เลือกที่จะบังคับใช้กฎหมาย โดยพื้นที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่พยายามเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ และให้หลังมาไม่กี่วันพบมีการขุดร่องกั้นเป็นคู 5 คู พร้อมปล่อยน้ำเข้าไป ลักษณะการขุดเป็นหลุมลึก ด้านหลังมีเต็นท์ทั้งของพระและมวลชนเรียงรายกันอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก นอกจากขุดร่องน้ำในพื้นที่ยังวางท่อปูนและมีถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร วางเว้นระยะห่างเท่าๆ กัน โดยมีกระสอบปิดฝาถังไว้ ในถังยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าคืออะไร น้ำ หรือน้ำมันเบนซิน น้ำมันโซลาร์ จะเป็นอันตรายหรือเปล่าไม่ทราบ ถ้าเป็นน้ำมันจริงอาจเกิดอันตรายต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ ที่ชี้แจงวันนี้เพื่อให้สื่อและประชาชนรับทราบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ดีเอสไอ ที่ทำงานในพื้นที่ ทำงานหนักมาตลอด แต่ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่นี้ได้ อยากรู้เหมือนกันในพื้นที่นั้นมีอะไร ทำไมไม่ยอมให้เข้าไปตรวจค้น พร้อมกันนั้น เจ้าหน้าที่ พศ.จะได้เข้าไปตรวจสอบด้วยเหมือนกันว่าพระที่อยู่เป็นพระจริงหรือพระปลอม
ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ในรอบวัน มีมวลชนเข้ามาทำบุญในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ดูแลความปลอดภัยสถานการณ์ยังปกติ ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าพนักงานได้ออกหมายเรียกแกนนำรวมทั้งพระที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งให้มารายงานตัว 200 ราย ส่วนพื้นที่ภาพถ่ายทางอากาศที่พบมีการขุดร่องน้ำเหมือนเป็นการสกัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ และถังน้ำมัน 200 ลิตรยังไม่สามารถสรุปได้ว่าภายในนั้นเป็นอะไร เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมกันประเมินสถานการณ์เพื่อพิสูจน์ทราบและต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ส่วนการดำเนินการของธรรมกายมีกรอบเวลาหรือไม่ รองอธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ท่าน ผบ.ตร.คงมีข้อมูลอะไรอยู่ ส่วนดีเอสไอเวลาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เริ่มนับถอยหลังแล้ว แต่ตอบไม่ได้ว่ากี่วัน
เมื่อถามถึงกรณีพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ยังอยู่ในวัดหรือไม่ รองอธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า จากการข่าวพบว่ายังอยู่ในวัด ส่วนเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีมาตรา 116 ก่อความวุ่นวาย เพราะพระสนิทวงศ์ทำกิจกรรมต่อเนื่องหลายวัน พร้อมกันนั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทางโลกโซเชียลมีเดียพิจารณา ถ้าเข้าข่ายความผิดใดจะดำเนินคดีทันที

