ขุดพบโครงกระดูก..นั่งคุดคู้ในไหโบราณ นายอำเภอประสานกรมศิลปากร เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังเจ้าของที่นาฝันเห็นวิญญาณยายแก่เข้าฝันแรมปี สั่งให้ขุดหาของดี ก่อนเจอไห ด้านคอหวยแห่กราบไหว้ ขอเลขเด็ด
เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการขุดพบโครงกระดูกคนโบราณอายุหลายร้อยปี ในแปลงนาบนพื้นที่ 5 ไร่ ของนางทวีศักดิ์ นึกดี อายุ 80 ปี เลขที่ 68 บ้านยาง หมู่ 1 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งจุดที่พบโครงกระดูกคนโบราณ อยู่ข้างหมู่บ้านยาง ห่างจากองค์การบริหารส่วนตำบลยาง เพียง 500 เมตร เท่านั้น และจากการลงพื้นที่ทำข่าว เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา พบว่าโครงกระดูกอยู่ในสภาพนั่งคุดคู้อยู่ในไห ลึกลงไปในพื้นดินประมาณ 3 เมตร และพบฟันกรามยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ใกล้กันพบไหใบเล็กและใบใหญ่อีก 2 ใบ ซึ่งไม่มีกระดูกแต่อย่างใด ต่อมา ร.ต.อ.นครินทร์ เกตุสิริ นายอำเภอศีขรภูมิ ได้เดินทางมาตรวจสอบสภาพโครงกระดูกด้วยตนเอง พร้อมได้ประสานไปยังกรมศิลปากร ซึ่งได้รับคำตอบว่าจะเดินทางลงมาตรวจสอบอายุของโครงกระดูกดังกล่าวว่าอยู่ในยุคสมัยใดและมีอายุเท่าใด ในวันพุธที่ 8 มี.ค.นี้อีกครั้งขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างทยอยเดินทางมากราบไหว้ และแห่ขอเลขเด็ดกันตลอดทั้งวันทั้งคืน และได้มีการตั้งตู้รับบริจาคเงิน เพื่อเตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศล และนิมนต์พระสงฆ์มาสวดบังสุกุลอีกด้วย
นายอนุรักษ์ นึกดี อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 1 บ้านยาง ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ลูกชายของนางทวีศักดิ์ นึกดี เป็นผู้ดูแลที่นา เปิดเผยว่า ตนเองฝันเห็นยายแก่นุ่งโจงกระเบน มาสั่งให้ขุดหาทองคำในที่นา หลังจากนั้นก็ขุดพบโครงกระดูกโบราณ สภาพสมบูรณ์ อายุกว่า 500 ปี ตนเองได้จ้างให้รถแบ๊กโฮ มาขุดลอกพื้นที่แปลงนาเพื่อทำการเกษตร ในวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ขุดกันจนมืดค่ำ ลักษณะเป็นการขุดดิน ยกแปลงร่องน้ำสามร่อง ลึกสามเมตร เพื่อจะปลูกมะพร้าว กล้วย มะนาว ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนที่ขุดเจอกระดูกนั้น เป็นตอนช่วงเช้าตรู่ คนที่เจอคนแรกนั้น คือ นางเจนจิรา คนึงดี อายุ 35 ปี ภรรยาของตนเอง ซึ่งบอกกับตนว่า ตอนแรกที่เจอนั้น ได้เหลือบเห็นอะไรบางอย่างฝังอยู่ในดินลึกกว่า 3 เมตร หลังจากแบ๊กโฮขุดเป็นร่องแล้ว ด้วยความสงสัย จึงไปเอาเสียมมาแซะดู จึงรู้ว่าเป็นไหแน่นอน ด้วยความอยากรู้ จึงเอาเสียมกระแทกไหให้แตก พอไหแตกออกมาครึ่งหนึ่งเท่านั้น ต้องตกใจ เพราะที่เจอคือโครงกระดูก หลังจากตั้งสติได้ นางเจนจิรา จึงไปเรียกให้มาดูพอรู้ว่าเป็นอะไรแล้ว จึงได้แจ้งไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และ นายก อบต.ยาง ให้มาตรวจสอบดังกล่าว ว่าเป็นกระดูกของคนในยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ พอชาวบ้านทราบข่าว ก็พากันแห่มาดูกันเยอะ และบอกว่าน่าจะเป็นโครงกระดูกคนโบราณ อายุน่าจะหลายร้อยปี ชาวบ้านบอกว่า ถึงไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ และมีชาวบ้านนำดอกไม้ ธูปเทียน ขนมหวาน น้ำเปล่า น้ำส้ม มากราบไหว้

นายอนุรักษ์กล่าวอีกว่า จริงๆ ฝันมานานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีการทำอะไรสักอย่าง บนที่ดินแปลงนี้ จะมานอนเล่นที่กระท่อมปลายทุ่งนา อยู่มาวันหนึ่ง คืนนั้นเป็นคืนที่ดึกสงัด ฝันเห็นเป็นคนแก่ ผู้หญิง โบราณ โจงกระเบน แกมาเข้าฝันบอกว่า ถ้าอยากเจอของดี ให้ขุดดินลึกๆ ไป 2-3 เมตร ตนก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ขุดตรงไหนถึงจะเจอของดี ฝันนานมาแล้ว ปลายปี 2558 ก็เงียบหายไป พอดีมาถมที่ดินตรงนี้ จะทำเกษตรกรรม วางแผนจะขุดร่องน้ำเพียง 2 ร่อง ร่องที่เจอกระดูกโบราณไม่เคยคิดว่าจะขุดมาก่อน ระหว่างขุด ร่อง 1 และร่อง 2 ตนนอนหลับอยู่ใต้ต้นขี้เหล็ก อยู่เกิดอาการร้อนอกร้อนใจ อยากจะให้แบ๊กโฮมาขุดอีก พอรถแบ๊กโฮเคลื่อนที่ไปร่องที่ 3 ขุดเสร็จประมาณ 21.00 น.ก็แยกย้ายพักผ่อน พอช่วงเช้าวันที่ 5 มี.ค.ตนมารดน้ำต้นไม้ แฟนก็มาด้วย เรียกอย่างตกอกตกใจ ว่า ป๊าๆ พร้อมชี้มือไปทำเหมือนเจออะไร ตนคิดในใจ ว่ารับเละ เจอทองคำแน่นอน จึงรีบวิ่งมาดู เจอไหอันแรกก่อน และไหอันที่ 2 ส่วนแฟนช็อกวิ่งหนีออกไปกว่า 10 นาที โครงกระดูกที่เจอตนอยากจะเก็บไว้ให้พี่น้องประชาชนได้ศึกษา ประวัติศาสตร์ว่าเป็นโครงกระดูกของบรรพบุรุษของเรา แต่เมื่อทางการ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอำเภอศีขรภูมิ นายก อบต.ยาง กำนันตำบลยาง และผู้ใหญ่บ้านยาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว รอเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปกร เดินทางมาในวันพุธที่ 8 มี.ค.อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหลักโบราณคดีต่อไป
ด้านนายก อบต.ยาง กำนันตำบลยาง ผู้ใหญ่บ้าน ได้จัดให้คนมาดูแลเป็นเวรยาม เพื่อมิให้ใครลงไปจับต้อง เพราะต้องรอเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร มาตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งในวันที่ 8 มี.ค.นี้

นางสาวพักตร์วิไล สหุนาฬุ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอศีขรภูมิ กล่าวว่า ที่ศึกษาจากการอ่านหนังสือหลายๆเล่ม เป็นองค์ประกอบ แม้กระทั่งบันทึกการเดินทางของ เอ็มเมอร์ นิเย เมื่อ 200 ปีที่แล้ว ที่เดินทางเขามาประเทศไทย เพื่อจัดทำแผนที่ประเทศไทย ก็พูดถึงว่า เส้นทางเส้นนี้เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ อาณาบริเวณตรงนี้ เรียกว่า เป็นทุ่งกุดไผท จากการเขียนประวัติศาสตร์ ระบุว่า ที่แห่งนี้เป็นกองทัพเก่า เป็นสถานที่จัดตั้งกองทัพ เพื่อที่จะไปตีเขมรในสมัยโบราณ และยังเป็นที่พักช้างศึก ของรัชกาลที่ 1 เป็นช้างเผือกที่หลุดโรง ส่วนความชัดเจนคงต้องรอการตรวจสอบจากกรมศิลปากร จุดที่ขุดพบโครงกระดูกโบราณห่างจากองค์ปราสาทบ้านอนันต์ไม่ถึง 1 กม.ซึ่งที่โรงเรียนบ้านอนันต์ ต.ยาง อยู่ใกล้องค์ปราสาทบ้านอนันต์ เคยมีการขุดพบโครงกระดูกผู้หญิงโบราณ เมื่อปี พ.ศ.2552 มาแล้ว ส่วนกระดูกในไหที่พบดังกล่าว จากการสันนิษฐาน น่าจะเป็นการฝังครั้งที่ 2 ซึ่งสมัยโบราณเมื่อมีคนตายจะทำการฝังเพื่อให้เนื้อเน่าเปื่อยเหลือแต่โครงกระดูก จากนั้นก็จะขุดขึ้นมาบรรจุในไห คล้ายการบรรจุอัฐิ และจะทำพิธีฝังครั้งที่ 2 ดังกล่าว
นางเกสร นึกดี อายุ 58 ปี พี่สาวของ นายอนุรักษ์ นึกดี กล่าวว่า เมื่อ 40 ปี ที่แล้วตนขุดบ่อเพื่อหาน้ำดื่ม ได้ขุดพบไหโบราณขนาดใหญ่ จึงเอาเสียมมาทุบดู พบเป็นดินสีดำเต็มไปหมด ภายในมีอะไรก็ไม่รู้ เพราะไม่กล้าดูกลัวมาก เลยเอาไปทิ้งไว้ที่ข้างรั้ว และมาเจอล่าสุดในที่ดินของตัวเอง ไม่เคยฝันมาก่อน มีแต่มาเข้าฝันน้องชาย

