กรมอุตุ ประกาศพายุจ่ามี ฉบับ 15 ล่าสุดเคลื่อนออกทะเลจีนใต้แล้ว ไม่เข้าไทย เตือน ภาคใต้ระวังฝนตกหนัก
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุจ่ามี ฉบับที่ 15 (248/2567) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (28 ต.ค.2567) พายุโซนร้อน จ่ามี บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ได้เคลื่อนที่ออกไปทางทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 16.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งในด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลง ในช่วงวันที่ 28-29 ต.ค.67 ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง
ลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ในช่วงวันที่ 28-29 ต.ค.67 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้
ในวันที่ 28 ตุลาคม 2567
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
- ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ในวันที่ 29 ตุลาคม 2567
- ภาคใต้ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

