หน้าแรก ในประเทศ ญาติผู้เสียชี...

ญาติผู้เสียชีวิตเหตุเก็บระเบิดโคราชเตือน! ยังมีชาวบ้านเข้าเขตหวงห้ามทหารขนเศษอาวุธสงครามมาขาย

7.03.17 | 10:37 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุชายวัย 54 ปี คือนายสายทอง อาจสูงเนิน ชาวบ้านหลุมเงิน หมู่ 5 ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ถูกระเบิดอาร์พีจีเสียชีวิตคาที่ใต้ถุนบ้านของตนเอง ภายหลังจากลักลอบเข้าไปเก็บเศษอาวุธสงคราม ในเขตฝึกซ้อมรบด้วยกระสุนจริงของทหารหน่วยหนึ่ง ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.ปักธงชัย กับ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 7 มีนาคม บรรยากาศภายในบ้านเลขที่ 60/3 หมู่บ้านหลุมเงิน หมู่ 5 ต.ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา บรรดาญาติพี่น้องของนายสายทอง อาจสูงเนิน ได้ทำการจัดเตรียมสถานที่และทำอาหาร เพื่อทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 10 รูป อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต โดยศพของนายสายทองได้ทำการฌาปนกิจไปแล้วเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (6 มี.ค.60) ขณะเดียวกันบริเวณบ้านเลขที่ 4 หมู่ 5 ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุอยู่ข้างๆ กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังขึงเชือกห้ามเข้า แม้ว่าเจ้าหน้าที่หน่วย EOD จะเข้ามาเก็บกู้วัตถุระเบิดไปหมดแล้วก็ตาม

นายสรศาสตร์ พาณิชภักดิ์มนชัย อายุ 49 ปี น้องชายของนายสายทอง ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พี่ชายของตนเองนั้นมีอาชีพเก็บของเก่าขายมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยมักจะชอบเข้าไปเก็บเศษอาวุธสงครามบนเขาลูกหนึ่ง อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเขตซ้อมรบด้วยกระสุนจริงของทหาร และเคยถูกระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว 2 ครั้ง จนนิ้วมือขาดทั้ง 2 ข้าง เหลือนิ้วมือข้างละ 2 นิ้ว ถึงแม้ว่าญาติๆ จะพยายามห้ามไว้แล้วว่าอย่าเข้าไปเก็บอาวุธสงครามในเขตหวงห้ามของทหาร แต่นายสายทองก็ยังไม่เชื่อฟัง ปัจจุบันก็ยังคงเข้าไปเก็บเศษอาวุธสงครามมาขายอยู่ต่อเนื่อง ล่าสุดไปเก็บเอาอาวุธสงครามบริเวณเขาลำไย หรือที่ชาวบ้านเรียกเขาบักอีแต้ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างจากหมู่บ้านหลุมเงินประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเพิ่งจะมีการซ้อมยิงกระสุนจริงเมื่อไม่นานมานี้ และได้นำมาทุบเพื่อที่จะนำเศษเหล็ก เศษทองแดงไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า จนกระทั่งถูกระเบิดเสียชีวิตตามที่เป็นข่าว ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีชาวบ้านหลายคนเข้าไปเก็บอาวุธสงครามในเขตหวงห้ามของทหารมาขาย เนื่องจากเป็นโลหะที่มีน้ำหนักและได้ราคาดี จึงมีแรงจูงใจให้เข้าไปเก็บ แม้ว่าทหารจะปิดป้ายว่าเป็นเขตหวงห้ามแล้วก็ตาม ซึ่งทหารก็มีกำลังคนน้อยไม่สามารถออกตรวจภูเขาหลายลูก พื้นที่หลายพันไร่ได้อย่างทั่วถึงแน่นอน ดังนั้น ตนในฐานะเพิ่งสูญเสียพี่ชายไปก็อยากฝากเตือนชาวบ้านว่า ถ้าจะห้ามกันไม่ได้ ก็ขอให้เลือกเอาแต่ของที่มันระเบิด หรือเสียหายไปแล้ว อย่าเอาระเบิดที่ยังสมบูรณ์อยู่ เพราะอาจจะเกิดอันตรายจนเสียชีวิตเหมือนพี่ชายของตนได้

ด้านนายใหญ่ อาจสูงเนิน อายุ 86 ปี พ่อของนายสายทอง ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนก็เคยห้ามลูกชายไว้แล้ว แต่ก็ไม่เคยเชื่อฟัง แถมยังโมโหใส่ตนด้วย จึงได้ปล่อยไปตามเลย ซึ่งวันเกิดเหตุ ตนเห็นลูกชายกำลังนำวัตถุระเบิดไปนั่งทุบอยู่ใต้ถุนบ้านเหมือนปกติทุกวัน ก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อสักพักก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น จึงพากันวิ่งไปดู พบว่าลูกชายของตนถูกวัตถุระเบิดเสียชีวิตแล้ว ดังนั้น จึงฝากเตือนชาวบ้านว่าอย่าได้ประมาท เพราะวัตถุระเบิดที่ยังสมบูรณ์อยู่พร้อมที่จะทำงานได้ทุกเมื่อ