เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พล.ต.ต.อาทิชา เปาอินทร์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม เป็นประธานมอบนโยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้กับตำรวจกลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.สมุทรสงคราม จำนวน 40 นาย จากนั้นได้เรียกตรวจปัสสาวะเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.สมุทรสงคราม ทุกนาย เพื่อปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด อีกทั้งเป็นการคัดกรองตำรวจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ออกไปจากระบบ โดยมี พ.ต.ท.นพพร เริ่มรวย รักษาราชการแทนผู้กำกับการ นำข้าราชการตำรวจ ตรวจปัสสาวะทั้งหมด 40 นาย ผลปรากฏว่าทุกนายไม่มีปัสสาวะสีม่วงแต่อย่างใด
พล.ต.ต.อาทิชากล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งที่ 41/2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะถูกดำเนินการทางวินัยทันที กอปรกับ จ.สมุทรสงคราม และตำรวจภูธรภาค 7 มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบบุคลากรในสังกัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ยาเสพติดใน จ.สมุทรสงคราม จะมีการแพร่ระบาดน้อย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องเฝ้าระวัง โดยครั้งนี้ ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งตำรวจเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายและใกล้ชิดกับประชาชน ดังนั้น เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชนตนสั่งให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทุกสถานีตรวจสอบบุคลากรของตนเองให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางอาญาและทางวินัย
พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า ขั้นตอนการตรวจปัสสาวะนั้น เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ตรวจปัสสาวะใส่ขวดพลาสติกไม่น้อยกว่า 30 ซีซี จากนั้นจะหยดปัสสาวะ 3-4 หยด ลงในชุดตรวจมาตรฐาน รอประมาณ 5 นาที หากแถบสีขึ้น 2 แถบ ถือว่าไม่พบสารเมทเอมเฟตามีนในปัสสาวะ แต่หากแถบสีขึ้นที่แถบซี ถือว่าผลตรวจเป็นบวก คือ พบสารเมทเอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงจะเชิญตัวไปตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลอีกครั้งต่อไป

