มือตบทนายธรรมราช ยันไม่มีคนจ้าง ลั่น อีกฝ่ายก็สวนกลับ ต้องโดนข้อหาด้วย
จากกรณี วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายธรรมราช สาระปัญญา หรือทนายธรรมราช เดินทางมาแถลงข่าวดำเนินคดี “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” ในข้อหาเหยียดหยามศาสนาตามมาตรา 206 โดยในระหว่างที่ให้สัมภาษณ์อยู่นั้นมีชายคนหนึ่ง ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือนายจารุเวศ พงษ์ฉวี อายุ 28 ปี ได้บุกเข้ามาและทำการทำร้ายร่างกายทนายธรรมราช โดยใช้มือตบเข้าที่กลางหน้า ก่อนจะเกิดเหตุชุลมุนขึ้น
คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ สน.พหลโยธิน นายจารุเวศ พงษ์ฉวี อายุ 28 ปี ผู้ก่อเหตุตบหน้าทนายธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ตนได้เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพราะอยากจะเข้าไปสอบถามกับทนายธรรมราช เรื่องประเด็นที่โพสต์รูปลง Facebook เรื่องคนอิสลามขี่หมู ซึ่งส่วนตัวมองว่ามันเป็นการดูหมิ่นศาสนาเลยได้เข้าไปยืนฟังบทสัมภาษณ์ ในระหว่างนั้นได้มีผู้สื่อข่าวสอบถามในเรื่องของประเด็นศาสนาอิสลามที่ทางด้านทนายธรรมราชโพสต์ แต่เจ้าตัวไม่ยอมตอบคำถาม ตนจึงได้บันดาลโทสะใช้ฝ่ามือตบเขาไปที่ปากของทนายธรรมราช
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่ได้มีการเตรียมตัวมาทำร้ายทนายธรรมราชแต่อย่างใด ทุกอย่างเกิดเพราะบันดาลโทสะ เพราะตนรู้สึกไม่พอใจที่ทางทนายธรรมราชไม่ได้มีการตอบคำถามเรื่องศาสนาอิสลามต่อผู้สื่อข่าว
นายจารุเวศยืนยันว่า ตนเป็นคนทำร้ายร่างกายเพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนอีก 2 คนไม่เกี่ยวข้อง เพียงแค่มาเป็นเพื่อน และไม่มีใครว่าจ้างให้มาก่อเหตุ ซึ่งตนเองคงไม่รับจ้างให้ใครให้มาส่งผลเสื่อมเสียประวัติต่อตนเอง
ส่วนประเด็นที่ทางทนายธรรมราชยืนยันว่าจะเอาผิดดำเนินตนในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายนั้น ตนยืนยันได้ว่า ในตอนที่เกิดเหตุทางทนายธรรมราชเองก็ได้มีการทำร้ายตนเองด้วยเช่นกัน ซึ่งตนมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นควรโดนข้อหาสมัครใจทะเลาะวิวาท และโดนคดีด้วยกันทั้งคู่ โดยหลังจากนี้ตนจะเดินทางไปดำเนินการยื่นเรื่องประกันตัวที่ศาลอาญาแขวงพระนครเหนือ แต่ถ้าหากศาลไม่ให้ประกันตัว ตนก็ยอมรับในความผิด
ในส่วนด้านคดีเบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 295 ซึ่งภายหลังจากการสอบปากคำนายจารุเวศ ผู้ก่อเหตุแล้วเสร็จเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้มีการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนด้วยวงเงิน 45,000 บาท ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจะมีการนัดผู้ก่อเหตุไปที่ศาลแขวงพระนครเหนือช่วงเช้าของวันนี้


