ทีมอาจารย์นักวิจัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยขอนแก่น คิดค้นพัฒนาการจำแนกชนิดพยาธิตืดไดไฟล์โลโบทริเดียน ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเรื่องการตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตในคน ให้มีประสิทธิภาพนำไปสู่การรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ต้องจิตร ถันชมนาง อาจารย์ ดร. สมจินตนา ทั่วทิพย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร. วันชัย มาลีวงษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะ ได้พัฒนาวิธีการตรวจพยาธิตืดไดไฟล์โลโบทริเดียน โดยวิธีไพโรซีเควนซิ่ง ได้อย่างรวดเร็ว และได้ตีพิมพ์เผยแพร่งานวิจัยในวารสารไซน์สทิฟิกรีพอร์ท ในปี ค.ศ. 2016 โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. กลุ่มเมธีวิจัยอาวุโส สกว. ประจำปี 2558 ของ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย มาลีวงษ์
ซึ่งการพัฒนาการจำแนกชนิดพยาธิตืด ดังกล่าวนี้ เป็นวิธีที่มีความไวและความจำเพาะสูง เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หรือการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน นอกจากนี้สามารถตรวจได้จำนวนมากในแต่ละครั้งทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ต้องจิตร ถันชมนาง เปิดเผยว่า พยาธิไดไฟล์โลโบทริเดียน เป็นพยาธิตืดที่พบการติดเชื้อทั้งในคน และสัตว์ คนติดพยาธิโดยการกิน เช่น กินปลาดิบ จำพวกปลาในวงศ์ปลาแซลมอน ที่มีระยะติดต่อเข้าไป จากนั้นพยาธิจะเจริญเป็นตัวเต็มวัยในลำไส้ คนที่ติดพยาธิจะมีอาการท้องร่วง ท้องเสียปวดท้อง ไม่สบายท้อง แต่คนส่วนมากจะไม่ค่อยมีอาการ แต่คนที่มีอาการรุนแรงจะทำให้ลำไส้อุดตันได้ พยาธิในตระกูลนี้มีหลายสกุล ที่ก่อโรคในคน เช่น ไดไฟล์โลโบเทรียม,อะดีโนเซฟาลัส,ไดโพลโกโนฟอรัส และ สไปโรเมตรา ซึ่งรูปร่างลักษณะคล้ายกันทำให้แยกชนิดได้ยาก
ดังนั้น ในการศึกษาครั้งนี้ คณะผู้วิจัยจึงพัฒนาวิธีไพโรซีเควนซิ่ง มาใช้สำหรับตรวจพยาธิตืดไดไฟล์โลโบทริเดียน 9 ชนิด อาศัยการตรวจหา ไพโรฟอสเฟต ที่ถูกปลดปล่อยจากการที่นิวคลีโอไทด์ถูกนำไปใช้ในการสร้างดีเอ็นเอสายใหม่ ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีตำแหน่งจำเพาะที่ลำดับนิวคลีโอไทด์แตกต่างกัน เทคนิคนี้สามารถตรวจหาลำดับนิวคลีโอไทด์ชิ้นขนาดเล็ก แบบประมวลผลในเวลาจริง เหมาะสำหรับการตรวจหาลำดับนิวคลีโอไทด์ที่มีความยาวไม่มากในการวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรม หรือจำแนกชนิดสิ่งมีชีวิต
จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเทคนิคไพโรซีเควนซิ่ง สามารถตรวจเชื้อปรสิตได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่มีศักยภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจวินิจฉัยเชื้อปรสิตในห้องปฏิบัติการได้ เป็นวิธีที่มีความไวและความจำเพาะสูง เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการตรวจโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ หรือการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน นอกจากนี้สามารถตรวจได้จำนวนมากในแต่ละครั้งทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยในการแยกเชื้อปรสิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ต้องจิตร กล่าว

