อุทัยธานี – สาวห้วยคตบุกโรงพักแจ้งความ หลังถูกมือดีเอารูปไปโพสต์แคปชั่นวาบหวิวในทวิต ก่อนพบมีสาวผู้เสียหายถึง 37 ราย ด้านหนุ่มวัย 23 แฟนเก่าของหนึ่งในผู้เสียหายยันบริสุทธิ์ใจไม่ใช่คนทำ
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน จากกรณีที่ผู้เสียหายรายหนึ่งได้โพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก ที่นี่อำเภอห้วยคตว่า “ขณะนี้มีผู้ไม่มีเจตนาดี ได้นำรูปภาพ-รูปถ่ายธรรมดา หรือภาพไปทางเช็กซี่ของแต่ละบุคคล ไปโพสต์ลงทวิตเตอร์ ใช้แคปชั่นลามกอนาจาร ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหายของเจ้าของรูป โดยการนำหน้าของเราไปตัดต่อใส่รูปภาพโป๊เปือยบ้าง รูปที่เราเที่ยวทะเล หรือรูปที่ใส่ชุดเซ็กซี่ พร้อมแคปชั่นอนาจาร ซึ่งมีผู้หลงผิดคิดว่าเจ้าของรูปเป็นคนโพสต์ แต่ไม่ใช่ค่ะ
ขณะนี้มีผู้เสียเสียหาย 29 คน ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 6 คน ที่สภ.ห้วยคต เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 21.30 น. ปัจจุบันยังไม่ทราบผู้กระทำผิดได้แน่ชัดหากใครเห็นว่าตัวเองโดนนำรูปไปโพสต์โป๊เปลือยหรือโดยที่เราไม่อนุญาติ ขอให้ทุกคนทักมาค่ะ เรามีกลุ่มผู้เสียหายอยู่ และจะรวมตัวกันไปแจ้งความค่ะ ขอให้ทุกคนช่วยแชร์เพื่อช่วยเหลือชาวอุทัยธานีด้วยกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
ล่าสุด เวลา 19.30 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอห้วยคต อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี โดยไปพบกับผู้หาย คือ นางสาวเอ นางสาวบี นางสาวซี (นามสมมุติ) ซึ่งมี 2 คน ยังเป็นเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เพื่อนได้ไปเห็นโพสในทวิตเตอร์โดยนำรูปทั้ง 3 คนไปโพสต์และมีข้อความเสียหายและเป็นรูปภาพอนาจารไปโพสต์ ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นใครแต่ในตอนนี้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากเพราะต้องอับอายอย่างมาก โดยเด็กในโรงเรียนเดียวกันก็ทักมาถามว่าพี่ทำจริงหรือเปล่าพี่ขายตัวจริงหรือเปล่า พี่หาเงินด้วยหรือและในคอมเมนต์ก็มีข้อความที่เสียหายอีกด้วย “แบบน่าเอาจังเลย เสียวจังเลย” ซึ่งได้ทราบยอดผู้เสียหายนั้นประมาณ 37 คน และในวันนี้ทยอยกันมาแจ้งความ กว่า 10 รายแล้ว ซึ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นเสียหายอย่างมาก และเสียใจว่าคนที่ทำนั้นทำไมต้องทำกับเราแบบนี้
โดยเพิ่งรู้เรื่องเมื่อวานนี้หลังจากที่บรรดาเพื่อนแคปรูปมาให้ดู ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นเด็กนักเรียนที่อำเภอห้วยคต รวมถึงวัยที่ทำงานบรรลุนิติภาวะแล้วและยังมีเด็กผู้หญิงวัย 15-16 ปี อีกด้วย ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเราเองซึ่งเคยเห็นแต่ในข่าวเท่านั้น ในตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่ลงมือนำรูปไปโพสต์แต่มีผู้ต้องสงสัยอยู่หนึ่งคนก็ไม่ทราบว่าเค้าทำจริงหรือเปล่า ซึ่งผู้เสียหายรายอื่นก็บอกข้อมูลตรงกันหมด ซึ่งก็รู้สึกไม่ดีเลยที่นำรูปมาทำอะไรที่เสียหายและเกิดความเข้าใจผิดปละทำใหอับอายแบบนี้ในสังคมทำให้คนมองเราเป็นภาพลบ
ด้าน นายแบงค์ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นอดีตแฟนของผู้ที่เสียหายรายหนึ่งได้บอกว่า นายแบงค์นั้นเคยเป็นแฟนและน่าจะเป็นคนทำหรือเป็นคนที่ใช้ทวิตเตอร์นี้แล้วนำรูปผู้หญิงทั้ง 37 รายไปโพสต์ จึงได้มาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเปิดเผยว่า วันนี้มาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตัวเองว่าไม่ได้ทำเรื่องนี้อย่างที่ถูกพาดพิงหรือกล่าวหาอย่างแน่นอน ซึ่งผู้กล่าวหาก็คือแฟนเก่าที่เสียหายในเรื่องนี้ทั้งที่เราไม่ได้ทำและไม่รู้เรื่องด้วย แล้วก็มาโพสต์พาดพิงอีกด้วย และระหว่างที่คบหากับอดีตแฟนก็ยังไม่เคยเอารูปแฟนไปโพสต์หรือทำอะไรแบบที่ถูกกว่าหาเลยด้วยซ้ำ ตอนคบกันก็มีแต่ภาพที่กำลังคบกันแล้วโพสต์เท่านั้นและไม่มีภาพที่โป๊หรือวาบหวิวอะไรเลย พร้อมได้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวอีกว่าถ้าหากตัวเองทำจริงก็นำรูปแฟนทำเพียงคนเดียวไม่ดีกว่าหรือจะเอารูปคนอื่นมาโพสต์ให้เป็นเรื่องมาถึงตัวเองทำไม
ส่วนทางด้าน นางสาวจันทร์ทิพย์ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นน้าของนายแบงค์ บอกว่า ในส่วนตัวนั้นไม่เชื่อว่าหลานเป็นคนทำเพราะเขาเป็นเด็กดีมาก ทำมาหากินและยังเป็นนักกีฬาตะกร้ออีกด้วย มีคนชื่นชอบเขาเยอะมากและไม่มีนิสัยแบบนี้เลย ช่วยพ่อและแม่ทำงานหาเงินอยู่ตลอด ซึ่งนายแบงค์นั้นได้แชตมาเล่าให้ฟังว่าถูกกล่าวหา ก็เลยบอกเค้าว่าหากเราบริสุทธิ์จริงก็มายืนยันกับตำรวจว่าเราไม่ได้เป็นคนกระทำซึ่งทางตำรวจก็สอบได้อยู่แล้ว
ขณะเดียวกันทาง ร้อยตำรวจโท อภิสิทธิ์ จองตามา พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยคต นั้นได้เร่งทำสำนวนคดีและรับแจ้งความผู้ที่มาแจ้งความเพื่อนำหลักฐานรวบรวมคดีให้รัดกุมให้ได้มากที่สุดและคาดว่าผู้ที่ใช้ทวิสเตอร์ที่ชื่อว่า เสียวแน่ นั้นสร้างขึ้นเพื่อหวังผลประโยชน์หรืออาจจะให้หลงเชื่อว่ามีหญิงบริการจริงและหลอกให้ผู้ที่สนใจโอนเงินไปก็เป็นได้ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัวผู้กระทำความผิดในเร็วนี้โดยผู้เสียหายบางคนนั้นก็มาแจ้งความตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และคาดว่าผู้เสียหายทั้งหมด 37 ราย จะทยอยเดินทางมาแจ้งความจนครบอย่างแน่นอน
โดยผู้ที่เสียหายทั้งหมดนั้นต่างก็รอว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นจะดำเนินการจับตัวว่าใครเป็นผู้กระทำกันแน่และอยากให้ได้ตัวในเร็ววันเพราะเนื่องจากหลังที่เรื่องเกิดขึ้นแล้วผู้ที่ใช้ทวิตเตอร์นั้นก็ทยอยลบโพสต์ไปบางส่วนแล้วซึ่งคาดว่าเกรงกลัวความผิด

