เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้ประชุมร่วมตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้ประกอบการโรงแรมบนเกาะเต่า เพื่อวางแผนหาข้อสรุปการค้นหา น.ส.วาเลนติน่า โนวาชฮาโยโนว่า อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีประเด็นข้อสงสัยต้องการทราบจุดพิกัดดำน้ำลึกกว่า 22 เมตร ที่ น.ส.วาเลนติน่า ต้องการทำลายสถิติของตนเองที่เคยดำน้ำลึกไว้ 22.3 เมตรเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งจะเป็นการใช้เวลาที่ดำน้ำนานเกินไปตามคำท้วงติงของผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลพบว่าจุดดำน้ำลึกแบบไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจ(ฟรีไดร์ฟวิ่ง) สามารถเดินลงทะเลไปดำน้ำได้เองโดยไม่ต้องขึ้นเรือออกไปนอกทะเลช่วงระหว่างอ่าวระหว่างโฉลกบ้านเก่า กับ แหลมพ่อตาโต๊ะ ซึ่งมีความกว้างประมาณ 1 กิโลเมตร จึงวางแผนจะขยายพื้นที่ลงค้นหาต่อไปให้กว้างกว่าเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา
รายงานข่าวว่า ได้มีการหยิบยกสาเหตุที่อาจทำให้การดำน้ำของ น.ส.วาเลนติน่า เกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องช่วงเกิดเหตุกรมอุตุฯได้ประกาศให้ระวังเรื่องคลื่นลมแรง จึงอาจเป็นไปได้ว่า น.ส.วาเลนติน่า ลงไปดำน้ำในขณะที่มีคลื่นลมแรง หรือเกิดการน๊อคน้ำขึ้น และจากการตรวจสอบภาพในเฟสบุ้ค น.ส.วาเลนติน่า อย่างระเอียดพบว่า ตีนกบที่ใช้ดำน้ำเป็นแบบปลายตีนสั้นกว่าทั่วๆไปด้วย จึงอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งได้
พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า จะต้องพยายามหาและพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า น.ส.วาเลนติน่า หายตัวไปได้อย่างไร โดยได้เพิ่มพื้นที่ในการค้นหาทั้งพื้นที่ติดแนวชายฝั่งและไม่ติดชายฝั่งโดยให้ชุดสืบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และให้รายงานทราบทุกวันเวลา 08.00 น.
“จากตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุจนถึงขณะนี้มีแนวโน้มน่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุการดำน้ำ สำหรับเรื่องอาชญากรรมในช่วงนี้ไม่มีคดีบนเกาะเต่าและได้ตรวจสอบยังสถานประกอบการต่างๆยังไม่มีเบาะแสใดๆขอให้ญาติมั่นใจว่าทางตำรวจจะพยายามค้นหาให้ถึงที่สุด ” พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าว
พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า กล่าวว่า การค้นหา น.ส.วาเลนติน่า มีเบาะแสน้อยมากโดยพยายามรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดจากกล้องวงจรปิดภาพสุดท้ายที่ น.ส.วาเลนติน่า เข้าไปซื้อของร้านสะดวกใกล้โรงแรมที่พัก เมื่อวันที่ 15 ก.พ.60 ซึ่ง น.ส.วาเลนติน่า ชอบเดินเท้าในการเดินทางและอยู่ในแถบพื้นที่หมู่ 3 บ้านโฉลกบ้านเก่า เมื่อย้อนตรวจสอบการเดินทางพบเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ก.พ.60และคืนวันที่ 8 ก.พ.ได้ซื้อตั๋วเดินทางจากกรุงเทพฯ มาเกาะเต่า โดยเดินทางมากับรถทัวร์บริษัทเรือเร็วลมพระยา มาถึงท่าเรือ จ.ชุมพร เช้าวันที่ 9 ก.พ.จึงนั่งเรือต่อมายังเกาะเต่า วันเดียวกัน
“แต่เมื่อถึงเกาะเต่า น.ส.วาเลนติน่า ไม่ขึ้นรถโดยสารแต่เลือกเดินเท้าจากท่าเรือเกาะเต่า มาตามแนวชายหาดมาถึงอ่าวโฉลกบ้านเก่า ระยะทางประมาณ 2.5-3 กิโลเมตรเข้าพักที่บังกะโลแห่งหนึ่งถึงวันที่ 10 ก.พ.จึงมาติดต่อจองที่พักโรงแรมเกาะเต่าโฮสเทล และเข้าพักวันที่ 11-16 ก.พ.โดยใช้เวลาเดินเที่ยวตามเส้นทางที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือและได้จองตั๋วเรือจะเดินทางไปเกาะสมุย ในวันที่ 16 ก.พ.ตามที่พบหลักฐานตั๋วเรืออยู่ในห้องพัก ”พ.ต.ท.โชคชัย กล่าว


