จากกรณี พ.ท.สุรพันธ์ โชคปมิตต์กุล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.วิชิต ผังดี รองสว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว ในชื่อ “ PHRA SANITWONG CHAROENRATTAWONG(SANITWONG)” ในข้อหา ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) พร้อมนำหนังสือรับมอบอำนาจจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ สำเนาเอกสารที่มีการโพสต์ข้อความ และหลักฐานระบุชื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวดังกล่าวมามอบให้ไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่บก.ป. รายงานข่าวแจ้งว่าทางพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เดินทางไปขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 634/2560 ลงวันที่ 8 มี.ค. 60 ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวว่า หมายจับดังกล่าวเป็นหมายจับแรกของพระสนิทวงศ์ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกให้พระสนิทวงศ์เข้ามาพบ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวน ติดตาม จับกุม ผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีที่ทางวัดพระธรรมกายขุดคูน้ำรอบอาคารบุญรักษาเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไรนั้น ต้องสอบถามไปยังดีเอสไอ เพราะเป็นผู้มีอำนาจเต็มตามคำสั่งของ คสช. อย่างไรก็ตามหากพบว่าเป็นการขุดในพื้นที่สาธารณะอาจมีการดำเนินการเอาผิดต่อไป พร้อมยืนยันว่ายังมีอีกหลายคดีที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งความเอาผิดกับทางวัดพระธรรมกาย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พระสนิทวงศ์ ประสานเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน บก.ป. ในเวลา 09.00 น.วันที่ 9 มีนาคม ที่บก.ป. โดยจะมีศิษย์จำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจด้วย

