ความคืบหน้าล่าสุดหนุ่มวิศวกรโทรติดต่อหาตำรวจชุดสืบสวนเมืองพิษณุโลกแล้ว ยืนยันปลอดภัยทั้งครอบครัว
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เปิดเผย ได้รับการติดต่อจากหนุ่มวิศวกรที่หายตัวไปพร้อมกับครอบครัว ยืนยันว่าปลอดภัยแต่ยังไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน ส่วนปมสาเหตุมาจากเรื่องปัญหาส่วนตัว
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 มี.ค. พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงความคืบหน้าในคดีการหายตัวไปของครอบครัวนายภมร เมืองทองแก้ว อายุ 38 ปี วิศวกรหัวหน้าแผนกตรวจสอบคุณภาพข้าว ประจำโรงสีธนสรรไรซ์ ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ที่หายตัวไปพร้อมกับ น.ส.สกาวรัตน์ ม่วงเนียม ภรรยา ลูกชายวัย 3 ขวบ และลูกสาววัย 1 ขวบ 5 เดือน ว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายภมร ว่าขณะนี้ตนเองและครอบครัวปลอดภัยทุกคน ส่วนสาเหตุที่เพื่อนๆ และที่ทำงานไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากตนต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนญาติสนิทนั้นตนได้มีการโทรติดต่อแจ้งอยู่เป็นระยะ โดยใช้โทรศัพท์อีกหมายเลขหนึ่ง จนเมื่อทราบว่าเป็นข่าวดังครึกโครมจึงได้ติดต่อมาที่ตำรวจ เพื่อยืนยันว่าตนและครอบครัวปลอดภัยดี แต่ขอเวลาส่วนตัวในช่วงนี้
ขณะที่ พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก. สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งที่ทำงานและบ้านพักของนายภมร พบว่าทางญาติส่วนใหญ่ของนายภมรไม่ได้ตื่นเต้นแต่อย่างใด เชื่อว่าได้รับการติดต่อกับนายภมรอยู่แล้วแต่ไม่ได้แจ้งไปทางที่ทำงาน และด้วยความเป็นห่วงของเพื่อนจึงโพสต์ผ่านทางโซเซียลมีเดียก่อนจะไปแจ้งความ อย่างไรก็ตามหลังได้รับการติดต่อจากนายภมร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งให้เพื่อนที่มาแจ้งความทราบเพื่อแจ้งนายจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงราย ว่าเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายทั้งตำรวจภูธร ภ.5 กองบังคับการ ภ.เชียงราย และตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงราย ต่างทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเอกสารบุคคลเกี่ยวกับนายภมร เมืองทองแก้ว อายุ 38 ปี วิศวกรของเอกชนรายหนึ่งชาว ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ซึ่งถูกแจ้งหายและเจ้าหน้าที่พบรถจากกล้องวงจรปิดด่านด่านแม่โถ อ.เวียงป่าเป้า บนถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทาง พล.ต.ต.ธนยินทร์ เทพรักษา ผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.อ.วิรัช สุมนาพันธ์ รอง ผบก.ภ.เชียงราย แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำทุกด่านตรวจสำคัญได้ดูรถที่ได้รับแจ้งว่าตรงกับรถที่นายภมรใช้ขับด่านแม่โถมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามพบว่ายังไม่มีรายงานจากด่านแห่งใดว่าพบรถคันดังกล่าวอีกเลย โดยเฉพาะด่านท่าก๊อ อ.แม่สรวย และอีกหลายแห่งบนถนนพหลโยธินตั้งแต่ อ.แม่ลาว อ.แม่จัน และ อ.แม่สาย
โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจบนถนนสายหลักจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ครบถ้วน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจตราตามตารางเวรและเมื่อได้รับคำสั่ง แต่ปรากฎว่าหลังจากวันที่ 21 ก.พ.เป็นต้นมาเจ้าหน้าที่ก็ไม่พบรถยนต์คันดังกล่าวอีกเลย กระนั้นเมื่อมีการแจ้งหายจึงได้มีการประสานไปยังท้องที่ต่างๆ ให้ติดตามดูอย่างต่อเนื่องแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.เชียงราย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย เชื่อมกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้ตรวจเอกสารบุคคลเข้าออกและกล้องวงจรปิดอย่างเข้มงวดเช่นกัน อย่างไรก็ตามจากการตรวจข้อมูลย้อนหลังจนถึงปัจจุบันยังไม่พบว่ามีบุคคลชื่อนายภมรเดินาออกไปนอกประเทศแต่อย่างใด ขณะที่ในเขตท่าขี้เหล็กให้บุคคลต่างชาติเดินทางไปด้วยบัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาสได้แค่ 7 วันซึ่งก็ถือว่าล่วงเลยเวลามาแล้วจึงคาดว่าเจ้าตัวไม่ได้ออกไปนอกช่องทาง รวมทั้งไม่มีเหตุที่จะทำให้ต้องออกนอกช่องทางปกติเพราะไม่ใช่บุคคลที่ต้องหมายจับหรือมีความผิดกระนั้นเจ้าหน้าที่ก็เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน.

