หน้าแรก ในประเทศ ผกก.ชะอำ แจงป...

ผกก.ชะอำ แจงปล่อยตัว 18 วัยรุ่นร่วมฆ่าไขควงปักหัวนศ. เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

8.03.17 | 19:10 น.

ผกก.ชะอำ ชี้แจงประเด็นร้อนโซเชียล ทำไมให้ประกัน-ปล่อยตัว 18 วัยรุ่นร่วมฆ่าไขควงปักหัวนักศึกษา?

คืบหน้าคดีสะเทือนขวัญที่นายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี หรือปอนด์ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี บุกเข้าไปรุมทำร้ายในหอพักและฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม โดยเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันในห้องอีก 4 คนได้รับบาดเจ็บเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมและติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีทั้งหมด 18 ราย และต่อมามีกระแสสังคมในโลกโซเชียลสงสัยว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ประกันตัวผู้ต้องหา 18 คน และบางคนไม่ต้องวางหลักทรัพย์นั้น

พ.ต.อ.ภคิน ศิวะเมธากุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอชะอำ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานได้ชัดเจนคือผู้ต้องหาคนแรกที่ นำหลักฐานขออนุมัติหมายจับนายกรกนก หรืออาร์ต วรัญญสาธิต อายุ 23 ปี ต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์และจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม โดยขณะนั้นผู้เสียหายยังอยู่ในขั้นบาดเจ็บและมาเสียชีวิตในภายหลัง พนักงานสอบสวนได้กำหนดหลักทรัพย์ประกันตัว 5 แสนบาทและอนุญาติให้ประกันตัว

สำหรับผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในส่วนที่เหลืออีก 17 คน ได้ทยอยมาแสดงตัวและปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวน ขณะตำรวจอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่จะขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี เมื่อยังไม่ได้ออกหมายจับพนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจตามกฎหมายเพียงแจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวไป ไม่สามารถกำหนดเรียกหลักทรัพย์ประกันตัว และไม่มีช่องทางใดที่ให้พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจ กักขัง หรือควบคุมตัว เพราะทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายตามขั้นตอนที่ระบุไว้ใน ป วิอาญา ม 134 เป็นการปล่อยตัวมิใช่เป็นการให้ประกันตัวเนื่องจากขณะเข้ามาแสดงตัวพนักงานสอบสวนยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งผู้ที่ตั้งคำถามโดยเฉพาะทนายความน่าจะรู้ข้อกฎหมายดี

ในส่วนประเด็น ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมไม่ตั้งข้อหาอั้งยี่หรือซ่องโจร ผกก.สภ.ชะอำ ชี้แจงว่า การแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นข้อหาหลักอยู่แล้ว ในส่วนอื่นๆเป็นข้อหารองเช่น ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน ยามวิกาล และใช้อาวุธทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นข้อหารอง ยังไม่มีพยานหลักฐานตามที่กล่าวว่าเป็นอังยี่หรือซ่องโจร และหากรวมรวมพยานหลักฐานได้อีกก็สามารถแจ้งเพิ่มเติมได้ ยืนยันว่าทำตามขั้นตอนตามกฎหมายทุกประการ

Advertisement

ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้( 9 มีนาคม)พนักงานสอบสวนจะเรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 18 คน เข้าให้ปากคำ