หน้าแรก ในประเทศ คืบหน้าพบกระด...

คืบหน้าพบกระดูกคนโบราณ เจ้าของที่จัด ทำบุญใหญ่นิมนต์พระสวด-มโหรีบรรเลง

8.03.17 | 23:13 น.

คืบหน้า ขุดพบโครงกระดูก ในไหโบราณ ผู้ว่าฯพร้อมนายอำเภอ เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 12 ตรวจสอบเบื้องต้น อายุ 1,500-2,000 ปี นำไปตรวจสอบ พร้อมนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์จังหวัดสุรินทร์ ขณะที่วิญญาณเข้าสิงร่างเด็ก และเข้าฝันคนที่มานอนเฝ้า

สุรินทร์-วันนี้ (8 มี.ค.60) หลังจาก มีการขุดพบโครงกระดูกคนโบราณอายุนับพันปี ในแปลงนาบนพื้นที่ 5 ไร่ ของนางทวีศักดิ์ นึกดี อายุ 80 ปี เลขที่ 68 บ้านยาง ม.1 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ซึ่งจุดที่พบโครงกระดูกคนโบราณ อยู่ข้างหมู่บ้านยาง ห่างจาก องค์การบริหารส่วนตำบลยาง เพียง 500 เมตร เท่านั้น โครงกระดูกอยู่ในไห ลึกลงไปในพื้นดินประมาณ 3 เมตร และพบฟันกรามยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ใกล้กันพบไหใบเล็กและใบใหญ่อีก 2 ใบ ซึ่งไม่มีกระดูกแต่อย่างใด

ซึ่งนายอนุรักษ์ นึกดี อายุ 49 ปี อยู่บ้าน 68 ม.1 บ้านยาง ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ลูกชายของนางทวีศักดิ์ นึกดี เป็นผู้ดูแลที่นา ปิดเผยว่า ตนเองฝันเห็นยายแก่ นุ่งโจงกระเบน มาสั่งให้ขุดหาทองคำ ในที่นา หลังจากนั้นก็ขุดพบโครงกระดูกโบราณ สภาพสมบูรณ์ อายุกว่า 500 ปี ตนเองได้จ้างให้รถแบ็คโฮ มาขุดลอกพื้นที่ แปลงนาเพื่อทำการเกษตร ตามแนวทางปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา ขุดกันจนมืดค่ำ ลักษณะเป็นการขุดดิน ยกแปลงร่องน้ำสามร่อง ลึกสามเมตร เพื่อจะปลูกมะพร้าว กล้วย มะนาว ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนที่ขุดเจอกระดูกนั้น เป็นตอนช่วงเช้าตรู่ คนที่เจอคนแรกนั้น คือ นาง เจนจิรา คนึงดี อายุ 35 ปี ภรรยาของตนเอง ซึ่งบอกกับตนว่า ตอนแรกที่เจอนั้น ได้เหลือบอะไรบางอย่างฝังอยู่ในดินลึกกว่า 3 เมตร หลังจากแบ็คโฮขุดเป็นร่องแล้ว ด้วยความสงสัย จึงไปเอาเสียมมาแซะดู จึงรู้ว่าเป็นไหแน่นอน ด้วยความอยาก จึงเอาเสียมกระแทกไหให้แตก พอไหแตกออกมาครึ่งหนึ่งเท่านั้น ต้องตกใจ เพราะที่เจอคือโครงกระดูก หลังจากตั้งสติได้ นางเจนจิรา คนึงดี จึงไปเรียกตนให้มาดูพอรู้ว่าเป็นอะไรแล้ว จึงได้แจ้งไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และ นายก อบต.ยาง ให้มาตรวจสอบดังกล่าว ว่าเป็นกระดูกของคนในยุคปัจจุบันหรือยุคโบราณ พอชาวบ้านทราบข่าว ก็พากันแห่มาดูกันเยอะ และบอกว่าน่าจะเป็นโครงกระดูก คนโบราณ

และตลอด 4 วันของการขุดพบโครงกระดูกโบราณบรรจุอยู่ในไห ลึกใต้ดิน 3 เมตร และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวออกไป ทำให้ประชาชน ในพื้นที่ต่างๆรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้เดินทางมาดูกันเป็นจำนวนมาก ในแต่ละวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ อบต.ยาง ได้เขียนป้าย และนำเชือกมากั้นไว้ ไม่ให้ประชาชนลงไปจับ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย ยากต่อการตรวจสอบ ของเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากร ที่จะเดินทางเข้ามาตรวจสอบและเก็บไปตรวจสอบ และจากความเชื่อของประชาชนในพื้นที่บ้านยาง และเจ้าของที่ดิน ในเรื่องวิญญาณของผู้ตาย ยังไม่ได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์ จึงได้จัดงานบรรจุอัฐิ ด้วยการนำวงมโหรี มาบรรเลง ในช่วงกลางวัน และกลางคืนนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ มติกาบังสุกุล ช่วงเช้าก็มีการทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้แก่วิญญาณบรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ชาวบ้านยังจัดเลี้ยงอาหารแก่ประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมงานและมาดูอีกด้วย

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้(7 มี.ค.60) ก็ได้เกิดเหตุการณ์ แปลกประหลาดเกิดขึ้น เมื่อมีเด็กหญิงอายุ 15 ปี มาดูโครงกระดูกโบราณ ก็ได้มีวิญญาณเข้าสิง ร่างของเด็ก ชาวบ้านที่อยู่ใกล้พากันแตกตื่นตกใจเด็กมีอาการ ชักกระตุก พูดขึ้นมาลอยๆ ว่าเป็นวิญญาณของคนโบราณ อยู่ในที่แห่งนี้มานาน พูดหลายครั้ง

Advertisement

ด้านอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สังกัด อบต.ยาง(อปพร.)ที่มานอนเฝ้าเข้าเวรยามก็ฝันเห็นเช่นกัน ว่า มีคนมาหา และมายืนถาม อปพร.ว่ามานอนอยู่ที่นี่ทำไมรึจะมาขอหวยรึ แต่ก็ยังไม่ทันได้รู้อะไรก็มีเพื่อนที่นอนอยู่ด้วยกันมาปลุกเสียก่อน พอตื่นขึ้นมานั้นตนก็รู้สึกกลัวๆเช่นกันจนต้องย้ายที่ไปนอนที่ใหม่

ล่าสุดวันนี้(8 มี.ค.60) นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.นครินทร์ เกตุสิริ นายอำเภอศีขรภูมิ นายสมเดช ลีลามโนธรรม เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา นายศักดินันท์ สุภวรางกูร นายก อบต.ยาง ได้เดินทางมาตรวจสอบสภาพโครงกระดูกที่บรรจุในไหโบราณ ซึ่งมีโครงกระดูกที่สมบูรณ์ อยู่หลายชิ้น โดยเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรที่ 12 ได้ใช้เครื่องมือ ขุดและเก็บโครงกระดูก และไหโบราณ ออกจากใต้ดินออกไปจนครบ เพื่อนำไปตรวจสอบที่สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา

นายสมเดช ลีลามโนธรรม เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากร ที่ 12 นครราชสีมา เปิดเผยว่าโครงกระดูกโบราณที่บ้านยางตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ทางสำนักศิลปากรที่12 นครราชสีมาได้เดินทางมาตรวจสอบแล้ว ลงความเห็นว่ามีอายุในยุคเหล็ก ราว 1,500 -2,000 ปี สมัยยังไม่มีตัวอักษร การเก็บศพเป็นการฝังครั้งที่ 2 ครั้งแรกจะเป็นการฝังไว้หลายปีจนเปื่อยเหลือแต่กระดูกค่อยเก็บชิ้นสำคัญมาบรรจุไหแล้วฝังอีกที เคยพบที่อำเภอท่าตูมและอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันกระดูกโบราณยุคนั้นเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์ ครั้งนี้พบที่อำเภอศีขรภูมิ ซึ่งเจ้าที่กรมศิลปากรจะนำไปศึกษาแล้วนำมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดสุรินทร์ต่อไป

91

92

94

90