หน้าแรก ในประเทศ ชาวนาอุทัยฯ เ...

ชาวนาอุทัยฯ เปลี่ยนที่ว่างเปล่าเป็นสวนมะกรูด ตัดใบส่งออกไกลถึงตลาดตปท.

9.03.17 | 10:12 น.

วันที่ 9 มีนาคม  เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี มีเกษตรกรใช้ช่วงเวลาที่งดเว้นจากการทำนา มาประกอบอาชีพเกษตรกรอย่างอื่นกันมากขึ้น เช่น ผักสวนครัว และทำไร่อ้อย เพื่อสร้างรายได้ขึ้นมาทดแทนในช่วงที่เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งไม่มีน้ำเพียงพอที่จะปลูกข้าวต่อไปได้ เช่น นายทวาย อาจหิรัญ อายุ 65 ปี เกษตรกร หมู่ 3 บ้านขุดจัด ต.ดอนกลอย อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านปลูกพืชสุมนไพรอย่างมะกรูด ซึ่งสามารถตัดใบขาย ส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ สร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้งเป็นอย่างดี

 

นายทวายเปิดเผยว่า อาชีพหลักนั้นจะทำนา รวมพื้นที่ 40 ไร่ แต่ช่วงที่ผ่านมานั้นประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และมีปัญหาภัยแล้งเข้ามาทำให้ต้องงดเว้นการทำนาในช่วงนี้ไปก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านและที่ดินตามหัวไร่ปลายนา รวม 10 ไร่ ปลูกมะกรูดพันธุ์พื้นเมือง เอาไว้เพื่อตัดใบขาย ซึ่งตอนนี้ก็มีอายุตั้งแต่ 5-20 ปีแล้ว โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน และจะนำคนงานมาตัดเอง ซึ่งในหนึ่งปี จะตัดเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทำให้มีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้งปีละ 50,000-60,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดี และยอมรับว่าดีกว่าทำนาเสียอีก อีกทั้งปลูกมะกรูดไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้ เพราะเป็นที่ต้องการของตลาด พ่อค้ามาแย่งกันซื้อเลยทีเดียว ซึ่งบางแห่งส่งออกไปจำหน่ายที่ต่างประเทศ ทั้งตลาดยุโรปและเอเชีย พ่อค้าบางรายก็นำใช้เป็นพืชสมุนไพรส่วนผสมในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร มั่นใจว่ามะกรูดตัดใบนั้น ตลาดยังกว้างและมีความต้องการอีกมาก

201703090919593-20140425161738

“ส่วนวิธีการปลูกและการดูแลรักษานั้นไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอะไรมาก มีเพียงศัตรูพืชกัดกินใบเท่านั้นที่ระบาดแต่ไม่รุนแรง หากจะปลูกในพื้นที่นาต้องยกร่องสูง เนื่องจากมะกรูดไม่ชอบน้ำท่วมขัง จะทำให้ใบเหลืองและตายในที่สุด สำหรับเกษตรกรรายใหม่ที่ต้องการปลูกมะกรูดนั้น ควรมีแหล่งเก็บกักน้ำหรือสระน้ำประจำแปลงเอาไว้ เพื่อใช้ในยามขาดแคลนโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง เพื่อไม่ให้ต้นมะกรูดตายได้รับความเสียหายได้ แม้มะกรูดจะใช้น้ำน้อยก็ตาม แต่ก็ยังต้องใช้น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ” นายทวายกล่าว

Advertisement