กองปราบแถลงจับ ‘นุ-สา’ คนสนิททนายตั้ม เผยหลักฐานคอยจัดการเงินคริปโทให้ทนายดัง เตรียมขยายผลโยงปมเงิน 39 ล้านของเจ๊อ้อย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน ที่อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือ นุ อายุ 34 ปี คนสนิทของทนายตั้ม และ น.ส.สารินี นุชนารถ อายุ 32 ปี แฟนสาวของนุ ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 5437-5438/2567 ลงวันที่ 11 พ.ย.67 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน จากคดีฉ้อโกงเงิน 39 ล้านบาท คดีที่ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เข้าแจ้งความ
พล.ต.ต.มนตรีเปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลในคดีที่เจ๊อ้อยเข้าแจ้งความเอาผิดกรณีเงิน จำนวน 39 ล้านบาทนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนร่วมกับตรวจสอบพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) ได้มีการขออำนาจศาลอาญาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสอง จนกระทั่งเมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด ย่านวังทองหลางและลาดพร้าว จนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักย่านวังทองหลาง

ด้าน พ.ต.อ.สุริยศักดิ์กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของ 2 ผู้ต้องหามีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงิน จำนวน 39 ล้านบาทของเจ๊อ้อย โดยเป็นผู้คอยจัดการธุรกรรมทางการเงิน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 มีความสนิทสนมกับทนายตั้ม ตามที่ทนายดังเคยออกมาอ้างกลางวงสื่อว่าเคยให้นายนุช่วยดูเรื่องคริปโทให้เจ๊อ้อย ซึ่งคดีดังกล่าวจะเข้าไปเกี่ยวโยงถึงทนายตั้มหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเพิ่มเติม หากพบว่าทนายตั้มมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับทนายตั้มด้วย
พ.ต.อ.สุริยศักดิ์กล่าวต่อว่า สำหรับนายนุนั้น เรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์รวมถึงเรื่องไอที และให้ความสนใจเรื่องคริปโทตั้งแต่ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมัน เนื่องจากมารดาไปมีครอบครัวใหม่ที่เยอรมัน ซึ่งนายนุก็ตามมารดาไปเรียนด้วย โดยเข้ารับการศึกษาในระดับวิชาชีพ จนภายหลังทำให้มีความเชี่ยวชาญในเงินดิจิทัล จนสามารถนำมาทำธุรกิจเทรดเงินคริปโทสร้างรายได้ให้ตนเองเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดไปมีปัญหาความผิดทางกฎหมาย ก่อนที่ทนายตั้มจะเข้ามาช่วยเหลือทางคดี หลังจากนั้นก็เลยเกิดความสนิทสนมกันในที่สุด

พ.ต.อ.สุริยศักดิ์กล่าวอีกว่า ระหว่างการจับกุม เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดรถหรูได้อีก จำนวน 2 คัน คือรถปอร์เช่ 1 คัน และรถเบนซ์ 1 คัน พร้อมกันนี้ยังตรวจยึดซิมโทรศัพท์ สมุดธนาคาร ซึ่งมีชื่อเป็นบุคคลอื่น และหลักฐานอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง จะนำไปตรวจสอบขยายผลต่อไป
“จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากนี้ก็จะควบคุมตัวไว้เพื่อสอบปากคำขยายผลต่อไป” พ.ต.อ.สุริยศักดิ์กล่าว

