หยุดพฤติกรรม โยนเหรียญ-ทิ้งขยะ ทำร้าย’สัตว์’

9.03.17 | 13:28 น.

เรื่องความเชื่อของคนที่ต้องการไถ่บาปและอยากเพิ่มบุญญาบารมีให้ตัวเอง โดยการโยนเหรียญเข้าปากสัตว์ใหญ่ สัตว์อายุยืน

กลายเป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ใหญ่โต เมื่อทีมศัลยแพทย์ สัตวแพทย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ช่วยกันผ่าตัดเอาเหรียญ นับเหรียญได้ทั้งหมด 915 เหรียญ น้ำหนักรวมกว่า 5 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็นเหรียญบาทและเหรียญฮ่องกง

การผ่าตัดสำเร็จลงด้วยดี เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก พร้อมกับคำถามตามมาว่า การไถ่บาปหรือทำบุญของคนไทยนั้น ไปเกี่ยวข้องอะไรกับสัตว์ที่ไม่รู้ไม่ชี้ด้วย

สัตวแพทย์อาวุโสคนหนึ่งเล่าว่า หลายต่อหลายครั้งที่เหล่าสัตว์ในที่กักขังหรือในสวนสัตว์ต้องรับเคราะห์เพราะฝีมือมนุษย์นั้น ไม่ใช่เพราะต้องการทำบุญไถ่บาปเท่านั้น แต่เป็นการทำเพราะความคึกคะนอง ลำพองใจ ไม่คำนึงถึงผลเสียและความเจ็บปวดของสัตว์ที่จะตามมา

“ที่สวนสัตว์เขาดิน มียุคหนึ่งเราพบว่าฮิปโปโปเตมัสกินรองเท้าบู๊ต รองเท้าแตะ และลูกเทนนิสเข้าไป สมัยนั้นบ่อฮิปโปยังเปิดโล่ง ไม่มีกระจกกันเหมือนตอนนี้ ใครที่เกิดความคึกคะนองหรือเมาๆ หน่อย เมื่อเจ้าหน้าที่เผลอ คนเหล่านี้คิดจะทำอะไรก็ได้ อยากโยนอะไรลงไปก็โยน ฮิปโปมันก็ไม่รู้เรื่องอะไร ขึ้นจากน้ำอ้าปากกว้างๆ ใครโยนอะไรเข้าปาก มันก็กลืนไปหมด โชคดีว่ากรณีที่เราเจอรองเท้าบู๊ตในท้องฮิปโปนั้น คนเลี้ยงสังเกตเห็นอาการผิดปกติ สัตวแพทย์ให้ยาถ่ายผสมพาราฟินเหลวใส่ไปในอาหาร ใช้เวลา 3-5 วัน มันก็ถ่ายออกมาได้”

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีสัตว์ตีนกีบจำพวกกวางป่า กวางดาว เนื้อทราย เก้ง ยังรับเคราะห์จากมนุษย์ ที่ทิ้งถุงพลาสติกไว้ตามทุ่งหญ้า สัตว์พวกนี้ไปเล็มหญ้าก็กินถุงพลาสติกเข้าไปแบบไม่รู้ตัวด้วย

“พวกนี้เป็นสัตว์ 4 กระเพาะ กินของพวกนี้เข้าไปก็ตายอย่างเดียว ไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้เหมือนกับฮิปโป นอกจากถุงพลาสติกแล้ว เรายังเคยเจอตะปู เชือกไนลอน หนังยาง และลูกโป่ง ในกระเพาะอาหารของกวางบ่อยครั้งมาก สำหรับลูกโป่งนั้นพบว่าคนที่ไปเที่ยวสวนสัตว์ที่ซื้อลูกโป่งให้ลูกถือระหว่างเดินดูสัตว์ แล้วยื่นลูกโป่งให้กวางเลีย กวางเลียจนลูกโป่งแตก ตกลงบนพื้นหญ้าบริเวณนั้น ต่อมากวางก็กินไปพร้อมกับหญ้า ซึ่งเกือบทุกครั้งที่หมอรู้ว่าสัตว์พวกนี้ตายเพราะกินสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ก็ตอนที่พวกมันตายแล้วและผ่ากระเพาะออกมาดู พบว่ามีของพวกนี้อยู่เต็มกระเพาะไปหมด”

เต่า ออมสิน (8)

ส่วนบ่อจระเข้และบ่อเต่านั้น สัตวแพทย์อาวุโสคนเดิมย้ำว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการโยนสิ่งแปลกปลอมลงไปของคนที่มาเที่ยวสวนสัตว์ เพราะมีจำนวนมาก ทั้งเหรียญบาท เหรียญสลึง เหรียญห้าบาท ไม้เสียบลูกชิ้น ตุ๊กตาผ้า หลอดกาแฟ ฝาขวดน้ำอัดลม มีหมด โยนใส่ปากไม่ได้วัตถุเหล่านั้นก็ไปกระแทกตัวสัตว์ บางทีก็โยนเหรียญบาทไปเข้าตาจระเข้ เดือดร้อนทีมสัตวแพทย์ต้องลงไปช่วยในบ่อ ซึ่งการลงไปรักษาจระเข้นั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายนัก หากไม่ใช่ผู้ที่ชำนาญก็อาจจะถูกสัตว์พวกนี้ทำร้ายเอาได้

กรณีการเอาเหรียญออกจากตาจระเข้นั้น ใช้กระสอบชุบน้ำคลุมหัว ปิดตาจระเข้เอาไว้ เมื่อมองไม่เห็นจระเข้จะอยู่นิ่ง เจ้าหน้าที่จะต้องเอาเชือกผูกปากเอาไว้ ใส่ยาหยอดตาที่มีน้ำมันหล่อลื่น ใส่ขี้ผึ้งแก้อักเสบ แล้วใช้คีมคีบเอาเหรียญออกมา ส่วนเหรียญที่จระเข้กินเข้าไปนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ จนกว่ามันจะตายไปเอง และแม้ว่าจะกินเข้าไปแล้วเจ้าหน้าที่แทบจะไม่มีโอกาสรู้อะไรเลย เพราะจระเข้เป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวตัวเองน้อยมาก พวกมันไม่ค่อยแสดงอาการผิดปกติอะไรออกมามากนัก แต่คิดว่าการมีอะไรแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย คงจะไม่ทำให้พวกมันมีความสุขหรือสบายตัวมากนัก

หรือแม้กระทั่งลิงที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ฉลาดปราดเปรียวเกือบเทียบเท่ามนุษย์แล้ว ก็ยังเพลี่ยงพล้ำในเรื่องนี้เหมือนกัน ซึ่งตนเคยรักษาลิงในสวนสัตว์ที่มีฝาจีบน้ำอัดลมติดอยู่ที่กระพุ้งแก้ม พวกมันคิดว่าฝาจีบน้ำอัดลมที่คนยื่นให้ กินได้ เอาเข้าปากไปไว้ที่แก้มก่อนแล้วค่อยกลืนทีหลัง ปรากฏว่ากลืนไม่ได้ ตรงบริเวณที่เป็นหยักๆ ของฝาน้ำอัดลมติดกับกระพุ้งแก้มเอาออกไม่ได้ ต้องผ่าตัดเอาออกให้

“หลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นกับสัตว์ในที่กักขังนั้น เป็นความคึกคะนองล้วนๆ ซึ่งไม่ดีเลย ถามว่ากรณีนี้มีเด็กหรือผู้ใหญ่ทำมากกว่ากัน ตอบเลยว่าเมื่อเห็นผู้ใหญ่ทำ เด็กก็ทำตามด้วย อันนี้สำคัญ เพราะสวนสัตว์นั้นส่วนใหญ่แล้วจะมาเที่ยวกันเป็นครอบครัว พ่อแม่ ผู้ปกครองที่พาเด็กมาเที่ยว ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กๆ ประพฤติตามด้วย” สัตวแพทย์อาวุโสกล่าวทิ้งท้าย

เต่า ออมสิน (10)

ขณะที่ นสพ.สุเมธ กมลนรนาถ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต เห็นว่าปัญหาของการโยนสิ่งแปลกปลอมลงไปในบ่อสัตว์ไม่ได้มีผลเฉพาะเรื่องที่สัตว์กินเข้าไปเท่านั้น การโยนของลงไปแล้วกระทบกับตัวสัตว์ ก่อให้เกิดความรำคาญ ทำให้อารมณ์สัตว์แปรปรวนได้ เหมือนที่เกิดขึ้นกับจระเข้เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา คนโยนเหรียญบาทลงไป พยายามให้เข้าปากระหว่างที่จระเข้กำลังอ้าปาก แต่เหรียญกลับไปเข้าตาแทน เจ้าหน้าที่ต้องรีบลงไปเอาเหล็กคีบคีบเหรียญออกจากตา จึงขอร้องประชาชนที่มาเที่ยวสวนสัตว์ได้โปรดอย่าโยนทั้งอาหารและสิ่งแปลกปลอมใดๆ ลงไปในบ่อสัตว์เลี้ยงเด็ดขาด

ถามว่า สวนสัตว์จะไปเอาผิด จับ หรือปรับ คนที่ให้อาหาร หรือสิ่งแปลกปลอมกับสัตว์ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ไม่

เหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หรือกรมป่าไม้ ที่มีอำนาจสามารถจับกุมผู้กระทำผิด รังแก ทำร้าย หรือฆ่าสัตว์ป่าได้ ทำได้ก็แค่ว่ากล่าว ตักเตือน อย่างไรก็ตาม ไม่คิดว่าคนไทยจะดื้อรั้น เตือนแล้วก็ไม่ฟัง เพราะพูดดีๆ กันหลายคนก็ฟัง

เหล่านี้คือผลพวงจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่สร้างปัญหาให้กับสัตว์

เต่า ออมสิน (3)