วันที่ 9 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่บริเวณหน้า ภ.จว.ชุมพร พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ รอง ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม รอง ผบ.ร.25 พัน. 1 มทบ.44 ผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 พ.ต.ท.ฉลาด พลนาการ รรท.ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจบ้านพละ และเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจบ้านพละ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ ประกอบด้วย 1.นายประภาส ลอแม อายุ 51 ปี 2.นายอับดุลปาตะห์ มะนอ อายุ 49 ปี 3.น.ส.ผกากรอง วงค์ต่อ อายุ 29 ปี และ 4.น.ส.วริศรา ศรีเสริฐผล อายุ 33 ปี พร้อมของกลางประกอบด้วย ยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ยาไอซ์ชนิดเกล็ดใส น้ำหนัก 1 กิโลกรัม รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าอัลติสสีเทา 1 คัน รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่ สีดำ 1 คัน และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ
พล.ต.ต.เทศากล่าวว่า เมื่อเวลา 13.30-17.30 น.วันที่ 7 มีนาคม 2560 ขณะที่ พ.ต.ท.ฉลาด พลนาการ รรท.ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต หัวหน้าด่านตรวจบ้านพละ และเจ้าหน้าที่ทหารชุด ชป.ร.25 พัน. 1 ประจำด่านตรวจบ้านพละ ร่วมกันตั้งด่านตรวจริมถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าอัลติสสีเทา ทะเบียน กว 9687 สงขลา มีนายประภาสเป็นคนขับ และมีนายอับดุลปาตะห์นั่งโดยสารมาด้วยด้านหน้าวิ่งผ่านมา จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ทั้ง 2 คนมีท่าทางพิรุธ ขณะตรวจค้นมีเสียงโทรศัพท์ของนายประภาสและนายอับดุลปาตะห์ดังขึ้นหลายครั้ง แต่ทั้ง 2 คนไม่ยอมรับ จึงขอให้ทั้ง 2 คนลงจากรถเพื่อขอตรวจสอบในรถโดยละเอียด
“ในที่สุดทั้ง 2 คนก็ให้การว่า มีรถยนต์เก๋งอีก 1 คันขับตามหลังมา เจ้าหน้าที่สงสัยว่าอาจเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการขนยาเสพติดลงสู่ภาคใต้ จึงนำรถออกติดตามค้นหา จนพบรถยนต์เก๋งโตโยต้าคัมรี่สีดำกำลังขับออกจากรีสอร์ตริมถนนเพชรเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจค้น พบ น.ส.ผกากรองเป็นคนขับ โดยมี น.ส.วริศรานั่งโดยสารมาด้วยด้านหน้า เมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ผกากรองก็พบหมายเลขตรงกับที่โทร.เข้าโทรศัพท์ของนายประภาสและนายอับดุลปาตะห์หลายครั้ง จึงเชิญตัวทั้ง 2 คนให้นำรถมาตรวจสอบโดยละเอียดที่ด่านตรวจบ้านพละ จนพบยาบ้าและยาไอซ์ของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในตู้ลำโพงเครื่องเสียงในกระโปรงหลังรถ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนยอมรับสารภาพว่ารับจ้างขนยาเสพติดทั้งหมดจากกรุงเทพฯ ไปส่งที่ จ.นราธิวาส ได้ค่าจ้าง 150,000 บาท” พล.ต.ต.เทศากล่าว
พล.ต.ต.เทศากล่าวว่า ยาบ้า 100,000 เม็ดที่ยึดได้ครั้งนี้ หากเล็ดลอดไปถึงประเทศเพื่อนบ้านจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท (ยาบ้าเม็ดละ 400 บาท) ส่วนยาไอซ์อีก 1 กิโลกรัม มีมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท ดังนั้น ยาเสพติดที่สามารถยึดได้ทั้งหมด คาดว่าหากถึงปลายทางคงมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ครั้งนี้จะเป็นเครือข่ายของนายไซซะนะเจ้าพ่อยาเสพติดชาวลาวด้วยหรือไม่ คงต้องมีการสืบสวนขยายผลต่อไป

