เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสได้ทวิตเตอร์ข้อความระบุว่า เวลา 05.00 น. เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องบริเวณจุดสับรางในทิศทางจากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ทำให้ความถี่ในการบริการลดลง และผู้โดยสารที่ต้องเดินทางผ่านสถานีสยามจะต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีสยาม ขอความกรุณาเผื่อเวลาในการเดินทาง ทางบริษัทจะรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ส่วนสายสีลมให้บริการตามปกติ บริษัทขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ด้วย
ต่อมาเวลา 07.00 น. BTS แจ้งเส้นทางการบริการสายสุขุมวิทดังนี้ จากสถานีหมอชิต-สยาม-หมอชิต, สยาม-แบริ่ง-สยาม จนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ หลังจากนั้นเวลา 12.00 น. รถไฟฟ้า BTS แจ้งปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้าใหม่เป็นดังนี้ จากสถานีหมอชิต-บางหว้า-หมอชิต ความถี่ 5 นาที, สยาม-แบริ่ง-สยาม ความถี่ 7 นาที และจากสถานีสยาม-สนามกีฬาแห่งชาติ-สยาม ความถี่ 5 นาที จนถึงเวลา 24.00 น.
นายอาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS กล่าวว่า ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสเกิดเหตุขัดข้องที่จุดสับรางจากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถและก่อให้เกิดความล่าช้าในการเดินรถ จึงต้องปิดเพื่อซ่อมก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้จัดการเดินรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทใหม่ เป็นดังนี้ คือ ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น. จากสถานีหมอชิตไปสถานีสยาม และวนกลับมาที่สถานีหมอชิต และจากสถานีสยามไปสถานีแบริ่ง และกลับมาที่สถานีสยาม ซึ่งผู้โดยสารในสายสุขุมวิทจะต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีสยาม เกิดความล่าช้า โดยความถี่ในการให้บริการช่วงเวลาเร่งด่วนจากประมาณ 3 นาที เป็นประมาณ 6-10 นาที โดยขบวนรถไฟฟ้าสายสีลมให้บริการตามปกติ
ตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. รถไฟฟ้าบีทีเอสจะให้บริการในเส้นทางดังนี้ คือ จากสถานีหมอชิตไปสถานีบางหว้า และวิ่งกลับมาที่สถานีหมอชิต ความถี่ประมาณ 5 นาที จากสถานีแบริ่งมาที่สถานีสยาม และวิ่งย้อนกลับไปที่สถานีแบริ่ง ความถี่ประมาณ 7 นาที และอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสยาม และย้อนกลับไปที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ความถี่ประมาณ 5 นาที
“สำหรับการจัดการเส้นทางการเดินรถนี้จะช่วยลดความหนาแน่นของผู้โดยสารที่สถานีสยามในการเปลี่ยนเส้นทางได้ สำหรับการแก้ไขปัญหารางที่ขัดข้องนั้นเนื่องจากมีความจำเป็นจะต้องตัดกระแสไฟฟ้าก่อนลงไปทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบกับการให้บริการ บริษัทจึงจะดำเนินการซ่อมบำรุงในช่วงเวลาปิดให้บริการหลัง 24.00 น. แทน และคาดว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติในวันที่ 25 กุมภาพันธ์” นายอาณัติกล่าว

