วันที่ 10 มีนาคม 2560 เวลา 110.30 น. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าปากคำผู้ต้องหาคดีร่วมกันค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ปปส.สนธิกำลังจับกุมได้ 2 คน ที่บ้านพักในหมู่บ้านเวียงทอง 3 หมู่ 11 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย นายศักดา หงส์สุวรรณ อายุ 51 ปี และ นายสมภพ พฤกษ์ประมูล อายุ 51 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 20,341 เม็ด ยาไอซ์ 20 กรัม ปืนยาว 1 กระบอก ปืนพกสั้นจำนวน 3 กระบอก กระสุนปืนรวม 150 นัด เงินสด 28,000 บาท ทรัพย์สินมีค้าจำพวกทอง ที่ดิน 1 แปลง รถยนต์ 2 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน สมุดเงินธนาคาร รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 1,100,000 บาท
ทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่า ไปสนิทกันสมัยที่ถูกจำคุกที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยาในคดีค้ายาเสพติด และเมื่อพ้นโทษออกมาได้ไม่นานนัก ได้กลับเข้ามาร่วมกันค้ายาบ้า ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยเริ่มไปรับยาบ้าจำนวน 50 มัด ราคามันละ 45,000 บาท จากพ่อค้ายาบ้าชายแดนไทยทางภาคเหนือ มาขายต่อ และเดือนมกราคมรับมา 20 มัด เดือนกุมภาพันธ์รับมาอีก 50 เม็ด และมาถูกจับกุม
อย่างไรก็ตามรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า นอกจากจะตั้งข้อหาค้ายาเสพติดแล้ว ยังตั้งข้อหามีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต เพราะบางกระบอกเป็นปืนเถื่อน อีกทั้งจะต้องทำเรื่องเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือในแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยเพราะผู้ต้องหาบางนในคดีค้ายาเสพติด บางคนมีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน ซึ่งพอมีเงินจึงหาปืนดีสมรรถนะสูงมาใช้ และปืนพวกนี้จะเป็นอายุธมาฆ่าเจ้าหน้าที่หากเข้าจับกุมได้ ถือเป็นอันตราย จึงสมควรเพิกถอนใบอนุญาตคนที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดียาค้าเสพติดทุกคน รวมถึงอนาคตไม่ควรออกใบอนุญาตครองครองผืนแก่บุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำหรือถูกออกหมายจับในคดีค้ายาเสพติด

