เพจเฟซบุ๊ก อีจัน โพสต์ข้อความระบุว่า #ใคร คือ มือไขควงพิฆาต? ในคดีรุมฆ่า น.ศ.ศิลปากร คำถามนี้คงยากจะตอบ #เมื่อ ศพฐ. 7 หรือ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 ยืนยันว่า #ไม่มีการแจ้งให้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ !!!!!
“คดีนี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 24 ต่อเนื่องเช้าวันที่ 25 ก.พ. 2560 เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ ที่หอพักหลังมหาวิทยาลัย (วิทยาเขตชะอำ) มีรถเก๋ง 3 คัน ขับเข้ามาในหอพัก จากนั้นมีคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำร้าย น.ศ.ในห้องหมายเลข 13 จนน้องปอนด์ หรือนายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกไขควงปักที่ศีรษะลึกถึงก้านสมอง ในคืนเกิดเหตุมีการแจ้งเหตุเพียงวัยรุ่นตีกัน มีคนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในคืนดังกล่าว พยานยืนยันว่ามีรถตำรวจมาที่เกิดเหตุ 1 คัน มีตำรวจ 1 นายมาถ่ายรูปที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ พฐ. หรือตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บหลักฐานใดๆ เพื่อนของผู้ตายเป็นคนหยิบด้ามไขควงที่ตกอยู่ในห้องส่งให้กับตำรวจ จากนั้นมีการหยิบด้ามไขควงนี้กันอีกหลายมือ เป็นเหตุให้เกิดตั้งข้อกังขาว่า ทำไมการเก็บหลักฐานคนร้ายจึงไม่ถูกต้อง
“ล่าสุด (พ.ต.อ.ชูชาติ โชคสถาพร รอง ผบก.ศพฐ.7) ดูแลพื้นที่เกิดเหตุชี้แจงว่า กรณีที่ระบุว่าในวันเวลาเกิดเหตุไม่มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่พฐ.ของ จ.เพชรบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่อย่างใดนั้น ในคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้รับการประสานงานมาในวันที่ 2 มีนาคม 2560 เป็นวันที่น้องปอนด์เสียชีวิตแล้ว โดยพนักงานสอบสวนแจ้งให้ตรวจสอบรถเก๋งของผู้ต้องหาคือรถยี่ห้อฮอนด้าสีขาว ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2560 พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งให้ตรวจสอบรถเก๋งอีกคัน เป็นรถโตโยต้าสีเขียว และตรวจเก็บดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย 11 คน
“และได้รับการประสานล่าสุดคือวันที่ 9 มีนาคม 2560 เวลา 09.40 น. พนักงานสอบสวนแจ้งให้เก็บดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยรวม 6 ราย และตรวจเก็บดีเอ็นเอของพนักงานสอบสวนด้วย เวลา 16.45 น. เข้าตรวจที่เกิดเหตุ ตรวจเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย 1 ราย ตรวจเก็บดีเอ็นเอผู้เสียหาย 5 ราย ตรวจเก็บดีเอ็นเอที่เกิดเหตุ 10 กล่อง ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ 5 แผ่น แต่ด้วยเวลาผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว การตรวจหาพยานหลักฐานคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบ ทั้งลายนิ้วมือของมือไขควงพิฆาตและลายนิ้วมือของมือปิดสวิตช์ไฟ แต่ยังหวังว่าหลักฐานที่มีอยู่ ณ เวลานี้อาจฟลุค!!! เจ้าหน้าที่ พฐ.อาจพบกุญแจสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายคดีนี้ได้และให้ความเป็นธรรมกับผู้ตาย จนแม่มีความมั่นใจและเผาศพน้องปอนด์ได้อย่างไม่ติดค้างคาใจ”

