“ผาขวาง” เตรียมซุ้มเหนือน้ำน่านรับสงกรานต์ แพทย์ย้ำ “ตะโกน-โยน-ยื่น” ลดสถิติจมน้ำตาย

10.03.17 | 17:20 น.

วันที่ 10 มีนาคม 2560 นายชาลี วงศ์สายญาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อ นายไวพจน์ คำนวณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านใหม่ผาขวาง ต.บ่อ อ.เมืองน่าน พร้อมด้วยคณะกรรมการชุมชน พาสื่อมวลชนไปดูการปรับปรุงซุ้มให้เช่านั่งกินอาหารชั่วคราว เหนือแม่น้ำน่านที่ลดระดับลงประมาณโคนขา โดยนายไวพจน์ กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า จ.แพร่ มาตรวจสอบและอนุญาตให้ก่อสร้างหารายได้ และเป็นสถานที่พักผ่อนและเล่นน้ำของนักท่องเที่ยว บ้านผาขวาง หมู่ที่ 4 และบ้านใหม่ผาขวาง เคยคิดโครงการไว้นานแล้ว คู่กับงานรำวงย้อนยุค ซุ้มมัดประกอบด้วยเส้นยางรถยนต์สามารถถอดย้ายได้ สำหรับกิจกรรมตามประเพณีและสงกรานต์ เพียงเดือนเดียวก็เสร็จสิ้นถึงฤดูน้ำหลากแล้ว เนื่องจากนักท่องเที่ยวมาแล้วต้องการให้ทำซุ้มหรือแพเพื่อพักผ่อน มีของสวยงามให้ดูบ้าง มีแต่รำวงก็จะเชย ทั้ง 2 หมู่บ้านจึงมีมติให้เพิ่มกิจกรรมดังกล่าวปีนี้เป็นปีแรก โดยปลอดเหล้า – เบียร์ จัดเวรคอยรักษาความปลอดภัย แบ่งเขตน้ำตื้น – น้ำลึกและสถานที่เล่นน้ำไว้ชัดเจน ส่วนรายได้ให้ชุมชนสร้างเศรษฐกิจ

201703101547323-20021028190217

นายชาลี กล่าวว่า กรมเจ้าท่าแนะให้ปรับภูมิทัศน์เพิ่ม เช่น ลานกีฬา ลานเปตอง ลานท่องเที่ยว อาจมีเรือแข่งมาโชว์ เพราะบ้านผาขวางได้แชมป์ชิงถ้วยพระราชทานของ จ.น่าน เรือขนาดเล็ก เรือกลาง เรือใหญ่ หลังจากผ่านประชาคมแล้วได้รับอนุญาตให้ใช้บริเวณริมแม่น้ำทำกิจกรรมดังกล่าวได้ เป็นนโยบายของตนที่อยากสร้างรายได้ให้ชุมชนพึ่งตนเอง เพื่อมาพัฒนาในชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง รักษาสิ่งแวดล้อมและลดปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ ทำเกษตรปลอดภัยโดยไม่ใช้สารเคมี อบต.ช่วยปัจจัยบางส่วนและชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมลงมือ ตามข้อบัญญัติสนับสนุนกิจกรรมโดยยึดกุสโลบายน้ำเป็นพระเจ้าอยู่หัวที่ช่วยเรา เอาชาวบ้านเป็นแรงงานและเอาทรัพยากรที่สมบูรณ์เป็นทุนที่จะต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืน นอกจากนี้ยังพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมแม้น้ำน่านอีกแห่ง ชื่อ “ผาตีนเสือ” ได้รับอนุญาตแล้วเช่นเดียวกัน

201703101547241-20021028190217

ด้านนายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน และหัวหน้ากลุ่มเวชกรรมสังคม กล่าวว่า ช่วงฤดูร้อนที่น้ำน้อยหรือปิดภาคเรียน เป้าหมายหลักรณรงค์ลดการจมน้ำคือเด็ก นิยมไปเล่นน้ำกันตามแหล่งน้ำต่างๆ ผู้ปกครองต้องให้ความรู้กรณีแหล่งน้ำธรรมชาติ เสี่ยงอันตรายกว่าในสระว่ายน้ำที่ยืนถึงพื้น อย่ามั่นใจว่าว่ายน้ำเป็นเพราะมีน้ำวนจะหมุนพัดพาจมลงไปได้ แนนำให้ติดห่วงยางต่างๆ แกลอนหรือเสื้อชูชีพไว้ป้องกันประจำด้วย เพราะแหล่งน้ำธรรมชาติมีพื้นสูงต่ำไม่เท่ากันและเสี่ยงถูกน้ำพัดหรือดูด เมื่อเกิดเหตุ 1.ใช้วิธีตะโกน โยน ยื่น อย่าลงไปช่วยเองใช้วิธีตะโกนก่อน ให้ผู้ใหญ่มาช่วย 2.พกอุปกรณ์ห่วงยาง เชือก ไม้ให้จับหรือทุ่นลอยไปด้วย แล้วโยนลงไปให้ผู้ที่กำลังจะจมน้ำ ส่วนใหญ่ที่พบมากเด็กจมน้ำมี 2 แบบคือเด็กเล็กอายุ 6 – 7 ขวบตามพี่ 10 – 12 ขวบไป เล่นน้ำเพลินหันอีกทีน้องหายไปแล้ว โดยเฉพาะพี่เมื่อเกิดอาการตกใจก็ไม่บอกผู้ใหญ่เสียอีก

Advertisement

 

นายแพทย์พงศ์เทพ กล่าวว่า ผู้ปกครองควรบอกลูกหลานจะต้องระวังอะไรบ้าง ถ้าจะไปเล่นน้ำบอกพ่อแม่ไปนั่งเฝ้าด้วย หรือแนะนำให้ไปสระธรรมดาที่ยืนถึงและมีคนยืนเฝ้า ถ้าเกิดเหตุร้ายต่างๆ ต่อให้ว่ายน้ำเป็นก็ต้องตะโกน โยน ยื่นดังกล่าว ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติไหนที่ปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีเด็กคนไหนที่จะคอยระวังตัวได้ตลอด จึงต้องดูแลตัวเองและดีที่สุดคือให้อยู่ในสายตาเรา โดยเฉพาะหาซื้อเสื้อชูชีพไว้ตัวละ 100 บาท – 300 บาท ดีกว่าชีวิตที่หายไปแล้วไม่กลับคืน อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะไม่มีเสียชีวิตจากการจมน้ำ เพราะสถิติที่ผ่านมาเกิดขึ้นทุกปี มีทั้งช่วยได้และช่วยไม่ได้ ตายและไม่ตาย เกิดเหตุปีละ 20 – 30 ราย และตาย 1 – 2 ราย