บิ๊กเต่า เผย นายกอบต.สำนักทอง เรียกเงินผู้รับเหมาสร้างถนน 1 แสน ปัดทุกข้อกล่าวหา เชื่อทำมานานหลายปี
จากกรณีเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ป.ป.ท. และ บก.ปปป. ร่วมกันจับกุม นายสุรินทร์ ศรีไตรรัตนกูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำนักทอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ใน 4 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย “เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบฯ” โดยจับกุมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลสำนักทอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาว (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เริ่มจากมีผู้เสียหายมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า นายก อบต.สำนักทอง มีการเรียกรับเงินสดจำนวน 13% ของราคาที่ชนะประมูล คิดเป็นเงินสดมากกว่า 100,000 บาท แลกกับเช็คที่ผู้เสียหายชนะการประมูลก่อสร้างโครงการถนน
โดยตัวผู้ต้องหาอ้างว่า ถ้าไม่นำเงินสดมาให้ ก็จะไม่เซ็นส่งมอบเช็คให้ ทำให้ผู้เสียหายจำใจต้องมอบเงินสดให้ไป จากนั้นจึงได้มีการวางแผนจับกุม และค้นรถของลูกชายที่ขับรถมาส่ง พบอาวุธปืน 2 กระบอก กระสุนปืน 31 นัด เงินสดจำนวน 90,000 บาท รวมทั้งสมุดธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนพร้อมของกลางไปตรวจสอบที่ สภ.สำนักทอง
ส่วนตัวนายก อบต.สำนักทอง ได้มีการคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.ปปป. และได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยในวันนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนมีการคัดค้านประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหา จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยในวันพรุ่งนี้ (23 พฤศจิกายน ) จะมีการนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากดำรงตำแหน่งเป็นนายกอบต.มานานกว่า 16 ปี และลูกชายที่ถูกจับกุม ก็มีตำแหน่งเป็นกำนันอีกด้วย ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหา น่าจะมีพฤติกรรมเรียกรับสินบนมาหลายปีแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่า ทำไมผู้เสียหายถึงไม่ถูกดำเนินคดีไปด้วย เพราะอาจจะรู้เห็นเป็นใจกับทางผู้ต้องหา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย เชื่อได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจ หรือมีการเสนอเงินก่อนลงประมูล เพราะทันทีที่ผู้เสียหายชนะการประมูล ผู้ต้องหาก็รีบเรียกเข้าไปคุยเพื่อเรียกรับเงินในทันที

