เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 มีนาคม นายอัศนี อายุ 40 ปี กับ นางนวลฉวี อายุ 37 ปี สองสามีภรรยาอาชีพค้าขาย ได้พาเด็กหญิงไออุ่น (ขอสงวนชื่อสกุล) อายุ 6 ปี เรียนอยู่ระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสสรณ์) เดินทางมาพบกับผู้สื่อข่าวที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่บุตรสาวถูกคุณครูผู้หญิง ที่เป็นครูประจำชั้นอนุบาล 2 (ขอสงวนชื่อ และนามสกุล) ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้เล็บหยิกที่บริเวณต้นคอด้านขวา จนเป็นแผลมีเลือดไหล โดยเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังมีป้ายข้อความที่แสดงถึงความไม่พึงพอใจในพฤติกรรมของคุณครูคนดังกล่าว และต้องการให้มีการลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง
นายอัศนี บิดาของน้องไออุ่น เล่าว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ลูกสาวของตนเองไม่สบาย ในตอนเช้าตนจึงให้กินยาแก้ไขหวัดแล้วก็ให้ไปโรงเรียนตามปกติ เพราะเนื่องจากเป็นช่วงใกล้จะสอบปิดภาคเรียนแล้ว พอช่วงเย็นประมาณ 15.00 น. ตนก็ไปรับลูกที่โรงเรียน ซึ่งเมื่อลูกสาวเห็นหน้าพ่อก็วิ่งร้องไห้ออกมาจากห้องเรียน ตนจึงสงสัยและถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กก็บอกเพียงแค่ว่าถูกครูหยิกที่คอ เมื่อเปิดคอเสื้อดูก็เห็นว่าที่ลำคอด้านขวา มีรอยถูกเล็บหยิกจนเป็นแผลและมีคราบเลือดเปื้อนติดอยู่ แม้จะไม่ใช่แผลใหญ่และไม่ได้ลึกมากนัก แต่ก็ทำให้ตนเองเกิดความโมโหอย่างมากจนทำอะไรไม่ถูก ตนจึงรีบอุ้มลูกกลับบ้าน
จากนั้นก็มาถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งลูกก็บอกว่า หนูกินข้าวช้าครูเลยหยิกต้นคอ พอได้ฟังลูกพูดตนกับภรรยาก็เลยถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานและไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บ้านแพ้ว ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นก็เข้าไปแจ้งเรื่องให้ทาง ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับทราบ และต่อมาก็ได้มีการพูดคุยทั้งกับคุณครูประจำชั้นอนุบาล 2 ที่ก่อเหตุและทางด้านของผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว แต่ทางคุณครูประจำชั้นบอกเพียงแค่ว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำและไม่คิดว่าเด็กจะเป็นแผล ในตอนนั้นอาจทำลงไปเพราะอารมณ์โมโหชั่ววูบ ซึ่งพอตนได้ยินคุณครูพูดแล้วก็รู้สึกว่า คุณครูไม่มีความรับผิดชอบต่อการกระทำมากพอ จึงได้ไปยื่นเรื่องต่อทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แล้วก็ได้มาแจ้งผ่านสื่อมวลชนอีกด้านหนึ่ง เพื่อต้องการร้องขอให้เกิดความเป็นธรรมต่อเด็กที่ต้องมารองรับอารมณ์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
ขณะที่ทางด้านของนางฐิติมา แตงทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ก็บอกว่า หลังจากที่ทางโรงเรียนได้รับทราบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ก็ได้เรียกคุณครูประจำชั้นฯ มาสอบถามก่อน จากนั้นก็ได้รายงานให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาได้รับทราบ และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยประกอบไปด้วย คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา 3 ท่าน ที่ไม่มีความเกี่ยวดองหรือสนิทสนมกับคุณครูประจำชั้นอนุบาล 2 แต่อย่างใดทั้งสิ้น และยังมีนายกิตติโชติ โชติวิบูลธนวงค์ นิติกรของสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ที่ได้มาร่วมเป็นกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งทางฝ่ายของผู้ปกครองกับเด็ก และ ทางฝ่ายของคุณครูประจำชั้นฯ โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ในเร็ววันนี้

