ที่ สน.โชคชัย เมื่อเวลา 21.30น. วันที่ 10 มีนาคม พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4,พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย,พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย,พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายโม (สงวนชื่อสกุล) อายุ 18ปี สัญชาติไทย-จอแดนซ์ ตามหมายศาลอาญาที่ 656/2560 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2560 นายโอเว่น (สงวนชื่อสกุล) อายุ 18 ปี ตามหมายศาลอาญาที่ 657/2560 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2560 นายเอ (นามสมมุติ)อายุ 13ปี นายบี(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และนายซี(นามสมมุติ) อายุ16ปี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นแกรนด์ ไพรม์ สีขาว จำนวน1เครื่อง ในข้อหา “ปล้นทรัพย์”
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้นายรวิสรา เพ็ญไพจิตร์ อายุ 21 ปี สาวประเภทสองได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย เมื่อคืนวันที่ 1 มีนาคม ว่าเมื่อช่วงดึกของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายรวิสรา ได้ถูกกลุ่มชายวัยรุ่นประมาณ4-5คน รุมทำร้ายและชิงโทรศัพท์มือถือ ที่บริเวณตลาดโชคชัย4 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ติดจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบทั้ง5ราย 3ใน5ราย เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า18ปี รวมอยู่ด้วย
ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าคำให้การของผู้เสียหายมีข้อพิรุธหลายอย่าง เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบปากคำอย่างละเอียดจนผู้เสียหายยอมรับว่าข้อมูลที่ให้กับเจ้าหน้าที่มีบางส่วนที่ไม่เป็นความจริงร่วม ได้แจ้งความอันเป็นเท็จกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ยื่นฟ้องผู้เสียหายต่อศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่9มีนาคม 2560 โดยศาลได้พิจารณาลงโทษจำคุก1เดือน ปรับ3,000บาท โทษจำรอลงอาญา2ปี คุมประพฤติ1ปี รายงานตัว4ครั้ง บริการสังคม24ชม.
นายโม กล่าวว่า ตนมีอาชีพบาร์โฮส และเป็นนายแบบถ่ายโฆษณารถจักรยานยนต์ยี้ห้อหนึ่ง โดยเมื่อประมาณ4วันก่อนเกิดเหตุได้ได้ออกมาจากที่ทำงานย่านรัชดา ตอนนั้นมีอาการเมามาก จู่ๆผู้เสียหายได้เดินพาตนขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นตนได้เผลอหลับ มาตื่นอีกที่ก็พบว่าตนนอนแก้ผ้าอยู่บนที่นอนภายในห้องของนายรวิสรา ตนจึงได้สอบถามว่าได้ลวงเกินอะไรตนหรือไม่ แต่นายรวิสรากลับบอกว่าได้ถ่ายคลิปและภาพขณะที่นายรวิสรากำลังทำออรัลเซ็กซ์ ตนกลัวว่าคลิปจะหลุดและเกิดความเสียหายจึงเข้าไปบีบคอนายรวิสรา และขอให้ลบคลิปแต่ผู้เสียหายไม่ยอม และขอเบอร์พร้อมไลน์ของตนไป
จนถึงวันเกิดเหตุตนจึงได้นัดกับนายรวิสรา เพื่อจะพูดคุยเรื่องดังกล่าว ซี่งเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนได้ขอให้นายรวิสรา ลบข้อมูลในโทรศัพท์อีกครั้ง แต่นายรวิสราไม่ยอม ตนจึงโกรธและยอมรับว่าทำร้ายร่างกายและแย่งโทรศัพท์มาทุบก่อนจะโยนลงไปในคูน้ำหลังที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ตนยอมรับว่ายังไม่เคยเห็นข้อมูลที่นายรวิสราอ้างว่าอยู่ในโทรศัพท์ ตนไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายหรือต้องการทรัพย์สิน เพียงแค่กลัวว่าจะมีการทำข้อมูลไปส่งสื่อออนไลน์ตามที่ผู้เสียหายได้ขู่ไว้ นอกจากนี้เรื่องที่ตนขู่ให้ผู้เสียหายวิ่งหนีไม่งั้นจะจับกดน้ำนั้นตนแค่ต้องการขู่ให้กลัวและวิ่งหนีไปเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายเห็นหน้าเพื่อนๆที่มาด้วย
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า อยากฝากเตือนผู้ที่จะโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จลงสู้ระบบคอมพิวเตอร์เตอร์ ไม่ว่าจะเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จจนทำให้สถานที่หรือผู้อื่นเดือดร้อน จงคิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน อย่างกรณีนี้ ที่ผู้เสียหายไปโพสต์ว่าจุดดังกล่าวมืด และอันตราย ทำให้ตลาดได้รับความเสียหาย ซึ่งความจริงแล้วทางตลาดได้มีการติดไฟและกล้องวงจรปิดไว้รอบตลอดเพื่อป้องกันเหตุร้ายอีกทั้งยังมีการประสานข้อมูลต่างๆกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี จึงอยากจะให้คิดให้ดีก่อนจะโพสต์ข้อความอะไร

