เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 ที่ศาลาประชาเนรมิตร บ้านท่าล้อ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน นายประสาท วรรณโกศ ผู้ใหญ่บ้านท่าล้อ พระอธิการสราวุฒิ กิตติวังโส เจ้าอาวาสวัดท่าล้อ เป็นประธานประชุมโดยมีผู้แทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุมกว่า 300 ครัวเรือนและใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมงยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยเฉพาะวาระที่กรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (กทบ.) ใช้เวลาชี้แจงถึงเรื่องขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ฝายแก้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากชุมชนท่าล้อได้รับงบประมาณ 5 แสนบาท ผ่าน กทบ.บริหารจัดการโครงการประชารัฐร่วมใจบ้านท่าล้อ ภายใต้กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีของชุมชน ลานขันโตกและชาวบ้านจำหน่ายอาหารให้นักท่องเที่ยว หรือ “กิ๋นข้าวแลง นั่งเเคร่ แลวิถีย้อนยุค” บริเวณหน้าเวทีและลานกิจกรรมริมน้ำน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะหลายสิบไร่ ที่เคยทดลองทำกิจกรรมนี้มาแล้วและได้ผลดี สร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านท่าล้อและพื้นที่ใกล้เคียง แต่เกิดปัญหาไม่สามารถเข้าไปดำเนินการในบริเวณนี้ได้อีก เนื่องจากอบต.ไม่อนุญาตให้ชุมชนใช้บริเวณลานกิจกรรมดังกล่าว อ้างว่าได้รับสิทธิ์ดูแลรักษาศาลาเอนกประสงค์และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด จึงไม่สามารถชี้แจงผลดำเนินการ กทบ. ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทหารสอบถามมาถึงความคืบหน้าได้ ประกอบกับไม่สามารถหาสถานที่หรือย้ายกิจกรรมไปที่อื่นได้
รายงานระบุว่า ที่ประชุมมีข้าราชการระดับสูงของบางหน่วยงานท้องถิ่น นักกฎหมาย ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวาง ถึงอำนาจหน้าที่ของ อบต.ฝายแก้ว มีสิทธิ์เพียงดูแลรักษาเฉพาะสถานที่และสิ่งปลูกสร้าง ในส่วนที่ได้รับโอนมาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน (อบจ.) ที่ก่อสร้างอาคารพักผ่อน เขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำ เวทีและลานเอนกประสงค์ งบประมาณ 49 ล้านบาท ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ปัจจุบันพบการต่อเติม – ดัดแปลงอาคารขยายออกไปอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะ อบต.ฝายแก้วได้เอาพื้นที่สาธารณประโยชน์ไปเปิดประกวดราคา ให้ร้านอาหารเจ้านางและร้านสวนสะเนียน เช่าหาผลประโยชน์ ทั้งที่ไม่มีอำนาจ อีกทั้งให้รถยนต์ที่เป็นของลูกค้าร้านอาหารเข้าไปจอดกันเต็มบนลานเอนกประสงค์ กระทั่งชาวบ้านไม่สามารถไปใช้ทำกิจกรรมได้เลย

“อบต.เอาสถานที่ไปให้เอกชนเช่า ไม่เคยมาประชาคมกับชาวบ้านเลย เราเคยร้องเรียนไปทั้งศูนย์ดำรงธรรม ฝ่ายปกครอง อำเภอภูเพียงและหลายหน่วยงาน แต่ได้ข่าวว่ามีคนโตรับผลประโยชน์ด้วยกัน เก็บค่าเช่านอกสัญญาแพงๆ ไปเบ่งกินฟรีก็มี เรื่องก็เลยเงียบหายไป ดังนั้นเราจะประชุมหารือกันในคณะกรรมการอีกครั้ง เตรียมเอกสาร – หลักฐานร้องไปที่ศาลปกครองเท่านั้นเพราะเคยร้องเรียนไปหลายครั้งแล้ว เรื่องกลับเงียบหายไปและยิ่งกำเริบหนักขึ้นไปอีก เพื่อเรียกร้องสิทธิ์และความเป็นธรรมให้ชุมชน สนองนโยบายปราบปรามการทุจริตให้รัฐบาล” แหล่งข่าวจากที่ประชุมของชาวบ้านท่าล้อระบุ
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางแห่ง แนะนำให้เสนอคำร้องไปยังอำเภอภูเพียงเข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ เนื่องจากหน้าที่ของ อบต.ฝายแก้ว ดูแลรักษาความสะอาด ความปลอดในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ใช้ร่วมกันแล้ว นายอำเภอยังมีส่วนร่วมพิจารณาตามความเหมาะสมและให้เป็นไปตามกฎหมายด้วย สำหรับการใช้ที่ดินสาธารณะต่างๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องงานหรือ อบต. ไม่สามารถนำไปจัดการหาประโยชน์ตามอำเภอใจได้

