จากกรณีตำรวจบช.ปส.จับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาว ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ก่อนจะขยายผลกระทั่งสามารถจับกุมนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ซึ่งให้การซัดทอดว่าหนึ่งในทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดนั้นนำไปไว้ที่นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีของนางเอกสาว แพท ณปภา ตันตระกูล ก่อนที่ภายหลังนายอัครกิตติ์ จะถูกแจ้งข้อหาสมคบฟอกเงิน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้ น.ส.ณปภา เข้าให้ปากคำกรณีดังกล่าวในวันที่ 15 มีนาคม โดยจะเน้นประเด็นเรื่องเงินในบัญชี และธุรกรรมทางการเงินทุกส่วนระหว่างนายอัครกิตติ์และน.ส.ณปภา ว่าตรงกันกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนมีขณะนี้หรือไม่ โดยยอมรับว่าจากข้อมูลที่มีนั้น มียอดเงินบางบัญชี บางส่วนที่พบพิรุธ จึงต้องให้น.ส.ณปภาเข้าชี้แจงรายละเอียด อย่างไรก็ตามล่าสุดทราบว่าทางทนายของน.ส.ณปภาได้ติดต่อมายังคณะพนักงานสอบสวน เพื่อขอเลื่อนการนัดหมายดังกล่าวเป็นวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม เวลาประมาณ 10.00 น. โดยให้เหตุผลว่าเอกสารที่จะนำมาชี้แจงนั้นยังไม่ครบถ้วน เนื่องจากต้องรอเป็นทางการจากธนาคารและอีกหลายหน่วยมาประกอบกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าจะยังไม่มีการแจ้งข้อหาแก่น.ส.ณปภา เนื่องจากการเชิญครั้งนี้จะต้องสอบปากคำ พร้อมขอรวบรวมพยานหลักฐานก่อนว่าสมเหตุสมผลกันหรือไม่ และเบื้องต้นหลักฐานที่ตำรวจมียังไม่ชัดเจนว่าน.ส.ณปภาร่วมกระทำความผิดด้วยหรือไม่
มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายอัครกิตติ์พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องประมาณ 10 ราย ในจำนวนนี้มีน.ส.ณปภา ภรรยา และแม่ของนายอัครกิตติ์ รวมอยู่ด้วย โดยในส่วนของน.ส.ณปภา ยังไม่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ที่ต้องเดินทางมาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินที่หมุนเวียนในบัญชีของน.ส.ณปภา และรอให้นางเอกสาวเข้าชี้แจงรายละเอียด รวมถึง ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับนายอัครกิตติ์ ทั้งก่อนและหลังการแต่งงานว่าระหว่างที่คบหากันมีการคบหาอย่างไร เงินในบัญชีของทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และมีการทำธุรกรรมร่วมกันหรือไม่ ส่วนประเด็นสอบปากคำแม่ของนายอัครกิตติ์ก็เป็นเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงินว่ามีการทำธุรกรรมร่วมกันหรือไม่เช่นกัน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าจากการสอบปากคำ นายไซนุเด็น มะ หรือ “มะ สิบล้อ” ซึ่งถูกจับตัวที่ประเทศมาเลเซีย นั้น ได้ให้การว่ารู้จักกับนายไซซะนะโดยทำการติดต่อซื้อขายยาจากทางลาวมาส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้นายมะยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายบอย แต่เคยติดต่อกับลูกน้องของนายไซซะนะเพื่อส่งมอบยาเสพติด ขณะเดียวกันยังพบเส้นทางการเงินของนายมะเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายไซซะนะและกลุ่มของนายอุสมาน สะแลแมง ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ที่ประเทศลาว จากพฤติกรรมพบว่านายมะเคยติดต่อซื้อขายยาเสพติดจากนายอุสมาน สะแลแมง ก่อนที่ต่อมานายอุสมาน สะแลแมง จะถูกออกหมายจับ และเมื่อนายอุสมาน สะแลแมง ถูกออกหมายจับ นายมะจึงได้หันมาค้าขายยาเสพติดกับนายไซซะนะแทน

