วันที่ 11 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 09.30 น. นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการพัฒนาบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร ที่บริเวณ ห้องปฏิบัติการปัญญาโรจน์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โครงการชลประทานพิจิตร โดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายพิษณุเสนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายปิยะวงลือชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ
โดยบึงสีไฟแหล่งน้ำตามธรรมชาติและบึงน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ 5,320 ไร่ ซึ่งปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน กักเก็บน้ำได้เพียง 2 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ทำให้จังหวัดพิจิตรได้เสนอแผนงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ในการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำและขุดลอกบึงสีไฟ ให้มีความลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อใช้เป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ ให้สามารถกักเก็บน้ำให้ได้อย่างน้อย 12 – 20 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งจะส่งผลดีช่วยลดปัญหาอุทกภัย และมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร ระงับอัคคีภัยและไฟป่าในช่วงฤดูแล้งอีกทางหนึ่งด้วย สำหรับแผนรับการสนับสนุนงบประมาณปี พ.ศ. 2560
ก่อนหน้านี้ ตามแผนพัฒนาจะดำเนินการใช้งบประมาณขุดลอกบึงสีไฟ 320ล้าน มีความยาวรวม 9,492 เมตร ลึก 3.5 เมตร และลึก 1.5 เมตร โดยมีปริมาตรดินในการขุด รวม 12.23 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ช่วง ระยะเวลาการดำเนินการ 300 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในในแต่ละกระทรวง เนื่องจากบึงสีไฟมีหลายหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ เพื่อบูรณาการร่วมกันในการสรุปรูปแบบการดำเนินการ โดยให้จังหวัดพิจิตร เป็นศูนย์อำนวยการ นอกจากนี้ สภาพปัญหาบึงสีไฟซึ่งมี 6 ด้าน คือ ปัญหาแหล่งน้ำแห้งขอด ปัญหาด้านวัชพืช ปัญหาแหล่งน้ำตื้นเขิน ปัญหาการบริหารจัดการ ปัญหาการบุกรุก และปัญหาทางไหลเข้าออกของน้ำ ซึ่งจังหวัดพิจิตร ได้วางแนวทางการพัฒนาบึงสีไฟ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การขุดลอกแหล่งน้ำเป็นแก้ม เพื่อกักเก็บน้ำ จำนวน 3,000 ไร่ ส่วนที่ 2 คือการปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ งบประมาณรวมกว่า 817 ล้านบาท
จากนั้น นายจิรชัย และคณะ ได้ลงตรวจพื้นที่บึงสีไฟเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาการพัฒนาบึงสีไฟ ในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงสีไฟ (ช่วงที่ 2-4) และ โครงการก่อสร้างปรับปรุงและพัฒนาบึงสีไฟ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1 และ 2)

นายจิรชัย กล่าวว่า “วันนี้เห็นภาพการเชื่อมโยงการทำงานให้แล้วเสร็จ หน่วยงานสำคัญที่จะดำเนินการออกแบบโครงสร้างจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานไว้ คือ กรมทรัพยากรน้ำ ที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 มีนาคม ตามที่สำนักงบประมาณได้กำหนดไว้ จากนั้น กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จะเป็นผู้ดำเนินการของบประมาณต่อรัฐบาล ขณะนี้สำนักงบประมาณรอความพร้อมด้านเอกสารของกรมเจ้าท่า เมื่อสำนักงบประมาณได้รับเอกสารครบถ้วนภายใน 15 มีนาคม จึงจะดำเนินการพิจารณา คาดว่าไม่เกิน 1 เดือน จะดำเนินการเสร็จสิ้น ซึ่งการดำเนินการจัดสรรขุดลอกบึงสีไฟจะเป็นประโยชน์กับประชาชนในการนำน้ำไปใช้ต่อภาคการเกษตร ทำให้เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เมืองไทยจะต้องบูรณาการหน่วยงานภาครัฐให้มากขึ้น
“ส่วนงบประมาณ เฟสแรก ได้ขอมาในเรื่องการขุดลอกบึงสีไฟ งบประมาณ 300 ล้านบาท รวมทั้งบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ จะได้รับการพิจารณาด้วย ซึ่งต้องพิจารณาดำเนินการควบคู่กันไป ทำให้ประชาชนทั้ง 2 จังหวัดได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการดูแล เมื่อได้รับงบประมาณก่อสร้างต่างๆมาแล้ว จะต้องดำเนินการดูแลอย่างต่อเนื่องและจริงจังด้วย” นายจิรชัย กล่าว

