กระทรวงแรงงานเล็งตั้งศูนย์บ่มเพาะอาชีพ “คนพิการ” กระตุ้นจ้าง 10 สาขา

11.03.17 | 16:48 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาชีพคนพิการ โดยพร้อมจะขับเคลื่อนให้เกิดการจ้างงานและพัฒนาอาชีพคนพิการตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดกระทรวงแรงงานใช้กลไก “ประชารัฐ” ที่เน้นการบูรณาการร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้คนพิการมีงานทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เกิดความมั่นคงในชีวิตและมีรายได้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งในส่วนของ กกจ.นั้น ได้กำหนดกรอบแผนการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ 20 ปี (2560-2579) โดยมุ่งให้คนพิการมีงานทำและมีรายได้ สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยใน 5 ปี แรก (2560-2564) ตั้งเป้าให้คนพิการมีงานทำตามมาตรา 33 พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 จำนวน 3,000 คนต่อปี และมาตรา 35 จำนวน 10,000 คนต่อปี และมีรายได้เหนือเส้นรายได้ปานกลาง ซึ่งขณะนี้ กกจ.ได้มีการหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาลัยราชสุดา สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึมไทย และสมาคมการค้าผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมคนพิการและผู้ด้อยโอกาสไทย จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะด้านวิชาชีพของคนพิการในประเทศไทย (JOB COACH THAILAND CENTER) ที่กระทรวงแรงงาน

“ศูนย์แห่งนี้จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาการจ้างงานคนพิการได้ เนื่องจากที่ผ่านมาระบบการจ้างงานคนพิการยังขาดกระบวนการเชื่อมโยงประสานงานระหว่างคนพิการและนายจ้างในการเป็นที่ปรึกษาแนะนำการจ้างงานคนพิการให้เหมาะกับตำแหน่งงานของสถานประกอบการ ขาดเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก นวัตกรรมในการส่งเสริมการมีงานทำและการประกอบอาชีพของคนพิการ ทำให้สถานประกอบการได้คนพิการไม่ตรงและไม่สอดคล้องกับความสามารถของ คนพิการ ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาระบบบ่มเพาะคนพิการสู่การมีงานทำ โดยเริ่มจากการพัฒนาวิธีคิด ความเชื่อ ความรู้ของคนพิการ/ครอบครัว และนายจ้าง/ผู้ซื้อสินค้า บริการและชุมชน/สังคม ผู้สอนงาน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ช่วยเหลือในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน เป็นต้น” อธิบดี กกจ.กล่าวและว่า สำหรับศูนย์ JOB COACH มี 3 กระบวนการหลัก คือ 1.การบ่มเพาะก่อนจ้างงานจะเป็นระบบคัดกรองความสามารถในการมีงานทำของคนพิการ มีพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาในด้านต่าง ๆ เช่น การเตรียมความพร้อม การปรับทัศนคติก่อนเข้าสู่การทำงาน เป็นต้น 2.การส่งต่อ เป็นการสนับสนุนเข้าสู่การจ้างงาน โดยคำนึงถึงความแตกต่างและความถนัดของบุคคล ซึ่งคนพิการที่มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการมีงานทำจะได้รับการจ้างงานในสถานประกอบการและสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ขณะเดียวกันหากไม่สามารถทำงานในสถานประกอบการได้ก็จะสนับสนุนให้เป็นผู้ประกอบการต่อไป 3.การรักษา เป็นการพัฒนาหลังจ้างงาน เพื่อทำให้คนพิการสามารถมีโอกาสทำงานในสถานประกอบการได้มากขึ้น และมีทักษะในวิชาชีพที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนในการจ้างงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้สถานประกอบการจัดซื้อสินค้าและบริการของคนพิการ

“ศูนย์ JOB COACH เป็นการจัดทำระบบสนับสนุนบ่มเพาะการจ้างงานคนพิการครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่การคัดกรองรับสมัครคนพิการ การจำลองศูนย์การฝึกวิชาชีพตามความต้องการของภาคเอกชน พร้อมทั้ง Matching คนพิการที่ผ่านการอบรมเข้ารับการจ้างกับองค์กรเอกชน และมีการติดตามการทำงานของคนพิการที่เข้าทำงานในสถานประกอบการ มีเป้าหมายคนพิการมาใช้บริการ 2,000 คน มีสาขาอาชีพที่ฝึกในเบื้องต้นประมาณ 10 สาขา เช่น ภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การบริการ การก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งหากได้รับการตอบรับที่ดีจากคนพิการและสถานประกอบการก็จะได้พัฒนาไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป” นายวรานนท์ กล่าว