หน้าแรก ในประเทศ ศาลออกหมายจับ...

ศาลออกหมายจับมือฆ่าสาวแรงงาน สอบเพิ่มเจ้าตัวยังภาคเสธ รอผลชันสูตรยืนยัน พ่อคาใจฆ่าลูกสาวทำไม

12.03.17 | 10:26 น.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีคดีพนักงานสาวแรงงานจังหวัดนครพนม เสียชีวิตปริศนา คือ น.ส.นันธิดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เลขที่ 10 หมู่ 3 ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร ตำแหน่งเจ้าพนักงานแรงงานปฏิบัติงาน (ฝ่ายต่างด้าว) สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม โดยเสียชีวิตในสภาพแขวนคอตาย ภายในระเบียงห้องเช่าที่ 1 บริเวณบ้านเลขที่ 26/15 ซอยสว่างพัฒนา ชุมชนโพนสว่าง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นห้องเช่าแบบปูนชั้นเดียว เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มีนาคม 2560 โดยหลังเกิดเหตุ ทางด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม พ.ต.อ.หญิง อมรรัตน์ บัวศรี รักษาราชการแทน ผกก.พิสูจน์หลักฐาน นครพนม ได้นำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบเก็บหลักฐานชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ซึ่งมีการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุห้องเช่าของผู้ตาย ได้มีหลักฐานร่องรอยลายนิ้วมือ เท้า ของผู้ก่อเหตุหลายจุด ที่จะนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

จนกระทั่งมีการจับกุมนายชัยชิด จับจิตต์ อายุ 38 ปี ลูกจ้างกองสาธารณสุขเทศบาลเมืองนครพนม ที่เป็นเพื่อนชายคนสนิทมาสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าพบศพของผู้ตายในห้องพัก พร้อมยืนยันว่าได้มีความสนิทสนมกันจริง แต่ไม่ได้คบหากันเป็นแฟน ซึ่งช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.คืนวันเกิดเหตุ วันที่ 9 มีนาคม 2560 ได้ไปหาผู้ตายที่ห้องเนื่องจากผิดสังเกต ติดต่อไม่ได้ ไปหาที่ห้องพักไม่พบ เรียกไม่ตอบจึงกลับออกมา จนกระทั่งได้โทรติดต่อได้อีกครั้งในช่วงดึก เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 10 มีนาคม 2560 จึงไปหาอีกรอบ พบว่าห้องไม่ได้ล็อกพอเปิดประตูเข้าไปพบผู้ตายแขวนคออยู่หลังห้องเช่า ด้วยความตกใจ จึงรีบหนีออกจากห้อง แต่ยังไม่กล้าบอกใคร พอถึงรุ่งเช้าตั้งสติได้ จึงมาแจ้งตำรวจที่ สภ.เมืองนครพนม ไปตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตจริง โดยยืนยันไม่ได้ลงมือก่อเหตุ

ต่อมาทางตำรวจได้มีการควบคุมตัว นายประจักษ์ คำบัว หรือเจี๊ยบ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 บ้านสำราญ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม มีตำแหน่งเป็นพนักงานขับรถในสำนักงานเดียวกันกับผู้ตาย และยังเป็นบุคคลที่มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับผู้ตาย มาสอบสวน หลังได้เบาะแสเชื่อมโยงจากคำให้การของ นายชัยชิด จับจิตต์ อายุ 38 ปี โดยเจ้าตัวยืนยันว่า มีความสนิทสนมส่วนตัวจริง และได้มาพบผู้ตายที่ห้อง จนมีปัญหาส่วนตัวทะเลาะกัน จึงใช้มีดปลายแหลมกรีดที่นอน หมอน จนขาดกระจุยเสียหาย ด้วยความโกรธ ก่อนหนีไปแต่ไม่ได้ก่อเหตุหรือทำร้ายผู้ตาย

พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า ล่าสุดจากการสอบสวนพยานหลักฐาน รวมถึงหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ ที่มีความชัดเจนหลายจุด ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ โดยตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับ นายประจักษ์ คำบัว หรือเจี๊ยบ อายุ 32 ปี ตามหมายจับ ที่ 32/2560 วันที่ 11 มีนาคม 2560 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย โดยมีอายุความ เป็นเวลา 15 ปี พร้อมได้ควบคุมตัว นายประจักษ์ คำบัว หรือเจี๊ยบ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมารับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวนดำเนินคดี แต่ทางผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ ซึ่งต้องรอผลการตรวจชันสูตรหลักฐานสำคัญ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงกองพิสูจน์หลักฐานมายืนยันอีกครั้ง ซึ่งทางตำรวจยังไม่ให้มีการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

สำหรับพยานหลักฐาน ที่มีการเก็บรวบรวมในที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานสำคัญที่เกี่ยวข้อง มีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักพอที่จะเอาผิดผู้ต้องหา สำคัญต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากนิติเวช เกี่ยวกับดีเอ็นเอ หรือคราบเลือด รอยเท้า รอยนิ้วมือตามจุดต่างๆ ภายในห้องผู้ตาย ซึ่งถือว่ามีความชัดเจน รอเพียงการตรวจพิสูจน์นำมาเทียบกับตัวผู้ต้องหา เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิด ส่วนประเด็นสาเหตุที่มาต้องรอการตรวจสอบโดยละเอียด เนื่องจากเบื้องต้นทางผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เพื่อต่อสู้ในชั้นศาล อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะได้ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และมั่นในในพยานหลักฐานที่ตรวจสอบพบ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนของศพ น.ส.นันธิดา ผู้ตาย ได้นำกลับมาจากตรวจชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อนำมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เลขที่ 10 หมู่ 3 บ้านโนนสว่าง ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ท่ามกลางความสลดใจ และเศร้าโสกเสียใจของญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งกำหนดจะมีการฌาปนกิจศพ ในวันที่ 14 มีนาคม 2560

โดยทางด้านนายทวิช อายุ 61 ปี บิดาผู้ตาย ได้ออกมาเปิดใจว่า ตนมีลูกสาวทั้งหมด 4 คน คนเสียชีวิตเป็นลุกสาวคนสุดท้อง เป็นความหวังของครอบครัว เพราะเป็นคนเดียวที่ได้รับราชการ ซึ่งได้บรรจุรับราชการมา 6 ปี มีครอบครัวแต่งงานมาหลายปีแล้ว จนมีลูกสาวถึง 2 คน คนโต อายุ 12 ขวบ และคนเล็กอายุ 2 ขวบ ปกติตากับยายจะดูแล ส่วนพ่อไปทำงานต่างประเทศได้เพียง 6 เดือน เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ซึ่งปกติลุกสาวตนจะเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นที่รักของญาติพี่น้องที่ทำงาน และเพิ่งย้ายไปอยู่ห้องพักที่เกิดเหตุ เดิมสามีจะไปดูแลอยู่ด้วยตลอดก่อนที่จะไปทำงานต่างประเทศ และยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยมีปัญหาหรือไปทะเลาะกับใครมาก่อน พอมาทราบข่าวลูกสาวเสียชีวิต ตนมั่นใจตลอดว่าลูกสาวไม่คิดสั้นแน่นอน และเชื่อว่าต้องเป็นคนใกล้ตัวที่ทำร้าย มาถึงวันนี้สูญเสียทุกอย่าง สูญเสียเสาหลักครอบครัว อยากให้ตำรวจเอาผิดคนร้ายให้ได้ ตนคาใจที่สุดอยากถามว่า ฆ่าลูกสาวทำไม มีอะไรถึงต้องฆ่ากันแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครตนไม่ขออาฆาต หรือจองเวร แต่ตนขอให้ไปรับกรรมจากการกระทำของตัวเขาเอง