รพ.เอกชนหนุนประกาศคุมเก็บเงินผู้ป่วยฉุกเฉิน ชี้ อดีตมีปัญหามาก ทั้งส่งต่อ อัตราค่ารักษาต่ำ

12.03.17 | 12:27 น.

รพ.เอกชนมองสธ.จ่อออกประกาศคุมเก็บเงินผู้ป่วยฉุกเฉินฉบับใหม่ ถือเป็นเรื่องดี เหตุอดีตมีปัญหามาก ทั้งส่งต่อ อัตราค่ารักษาต่ำ เปิดอัตราค่าบริการทางการแพทย์ฉบับล่าสุดแบ่ง 12 หมวด พร้อมประเมินทุก 6 เดือน ด้าน สพฉ.ยันไม่มีส่วนร่วมกับกรณีที่รพ.เอกชนบางแห่งจ่ายคูปองน้ำมันให้กับเจ้าหน้าที่กู้ชีพนำผู้ป่วยส่งรพ.ของตนเอง พร้อมเตรียมตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมแจงระบบการทำงานสายด่วน 1669 จะนำส่งผู้ป่วยวิกฤตไปยังรพ.ที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย วอนรพ.เอกชนให้หยุดการกระทำดังกล่าวเพราะส่งผลเสียต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฏร์ ประชาชื่น กล่าวถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เตรียมออกประกาศกระทรวงเพื่อควบคุมปัญหาโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บเงินผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมง ว่า มองว่ารัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลสิทธิการรักษาสุขภาพของประชาชนชาวไทยที่อยู่ในสิทธิทุกระบบ ทั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) กองทุนประกันสังคม และกองทุนสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ที่ผ่านมาก็ทราบว่ามีการดำเนินการที่ดีครอบคลุมทุกระบบ เมื่อมีร่างประกาศกระทรวงฯ เพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต หรือ ผู้ป่วยกลุ่มสีแดงออกมา ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉินก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลกำไรอะไร ถือเป็นเรื่องที่ดีในเรื่องการรักษามากกว่า

“ที่ผ่านมาปัญหาในการรับผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชน คิดว่ามาจากการที่ไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนโดยมีค่าตอบแทนต่ำมาก เมื่อมีประกาศดังกล่าวออกมามีกติกาใหม่ว่า จะมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)เป็นแกนกลางในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรับผู้ป่วยฉุกฉิน 72 ชั่วโมง และหากเกิน 72 ชั่วโมงหากต้องการรับการรักษาต่อจะคิดค่ารักษาในราคาปกติ จะทำให้ระบบการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินดีขึ้น ทั้งนี้ปัญหาเรื่องการส่งต่อมีมาโดยตลอดเนื่องจากโรงพยาบาลตามสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินมักเตียงเต็มจึงทำให้ต้องรักษาต่อในโรงพยาบาลที่รับเข้ามาและต่อไปก็คิดว่าปัญหาจะยังคงอยู่ แต่ก็เชื่อว่า การมีประกาศดังกล่าวออกมา จะทำให้ทั้งโรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลของรัฐ กระตือรือร้นในการรักษามากขึ้น ”นพ.ปิยะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างประกาศสธ.และหลักเกณฑ์กระทรวงฯ ที่เตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการสธ. พิจารณา และรอประกาศใช้นั้น ประกอบด้วย 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ประกาศสธ. เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉิน 2.ประกาศสธ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน การระดมทรัพยากรและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเยียวยา และการจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น และ3.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

โดยฉบับที่ 3 เป็นที่สนใจมากที่สุด คือ หลักเกณฑ์ วิธีการฯ การกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เนื่องจากเดิมทีมีปัญหาในแง่ รพ.เอกชน ไม่ค่อยยอมรับกับอัตราค่ารักษามากนัก เนื่องจากหลายแห่งมองว่าราคาต่ำกว่าต้นทุนของรพ.เอกชน แม้จะดูแลด้วยหลักมนุษยธรรม แต่หากรับมากๆ ก็ไม่สามารถรับได้ หลายแห่งจึงไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากเดิมเป็นในลักษณะสมัครใจ ไม่ได้มีกฎหมายมาควบคุม อย่างไรก็ตาม สำหรับอัตราค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินในรพ.นอกคู่สัญญา 3 กองทุน ซึ่งได้ปรับปรุงล่าสุดแล้วนั้น ได้แบ่งออกเป็น 12 หมวดกว่า 3 พันรายการ คือ 1.หมวดค่าห้องและค่าอาหาร อาทิ เตียงผู้ป่วยสามัญร่วมกับค่าอาหาร ราคา 400 บาทต่อวัน หอผู้ป่วยวิกฤตร่วมกับค่าอาหาร 1,600 บาทต่อวัน 2.หมวดค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค 3.หมวดค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด

Advertisement

4.หมวดค่าเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา 5.หมวดค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต 6.หมวดค่าตรวจวินิจฉัยทางเทคนิกการแพทย์ 7.หมวดค่าตรวจวินิจฉัยและรักษาทางรังสีวิทยา 8.หมวดค่าตรวจวินิจฉัยโดยวิธีพิเศษอื่นๆ 9.หมวดค่าทำหัตถการ 10.หมวดค่าบริการวิสัญญี 11.หมวดค่าบริการวิชาชีพ และ12.หมวดค่าบริการอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลโดยตรง โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะมีการประเมินทุก 6 เดือน