หน้าแรก ในประเทศ ป่าไม้จ่อชงหล...

ป่าไม้จ่อชงหลักฐานให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดบนเขาค้อเพิ่มอีก หลังพบพิรุธออกโฉนดทับหน้าผาสูงชัน

12.03.17 | 14:16 น.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดินบริเวณรอบๆ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ว่า ขณะนี้ทราบว่าทางกรมที่ดินมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการเพิกถอนโฉนดตามมาตรา 61 ตามประมวลกฎหมายที่ดินแล้ว เป็นไปตามขั้นตอนการเพิกถอน ส่วนที่มีการพิจารณาโฉนดเพียง 2 แปลงก่อนนั้น อาจเพราะหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ส่วนรายอื่นๆ เอกสารหลักฐานอาจยังไม่ครบถ้วน ตรงนี้คงไม่เป็นปัญหาทางเราจะรวบรวมหลักฐานส่งให้เพิ่มเติม ส่วนแปลงอื่นๆ ถ้าสงสัยก็คงจะต้องดูทุกแปลง และก็ต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานหักล้างให้ได้ว่ามีการออกโฉนดโดยมิชอบ

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบที่ดินของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ทางเจ้าหน้าที่ยังมิได้ดำเนินการตรวจสอบ ก่อนหน้านี้เพียงลงพื้นที่่ไปตรวจที่ดินแปลงที่อยู่บริเวณรอบๆ วัด แต่เบื้องต้นทราบคร่าวๆ ว่า ทางวัดก็มีเอกสารโฉนดบางส่วนเช่นเดียวกัน และทางกรมที่ดินมีการตรวจสอบอยู่แล้ว นอกจากนี้ทางวัดก็มีเจตนารมย์ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ แต่พอจะขอใช้ประโยชน์กับมีเอกสารสิทธิ์ขึ้นมา ส่วนที่ดินรอบบริเวณวัดที่พบว่ามีการออกโฉนดนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเจอพิรุธโดยพื้นที่มีความลาดชันสูงเกินกว่า 35 เปอร์เซ็นต์และบางพื้นที่ยังเป็นหน้าผาสูงชันแบบหน้าผากหมาก็มีการออกโฉนดด้วย ตรงนี้คงต้องให้กรมพัฒนาที่ดินซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมายืนยันอีกครั้งว่า เข้าหลักเกณฑ์ความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์หรือเป็นที่เขาหรือไม่ เพื่อจะนำไปประกอบเป็นหลักฐานในการพิจารณาว่า การออกโฉนดชอบหรือไม่ชอบด้วย

นายอรรถพลยังตอบข้อถามถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิกถอนโฉนดซึ่ง 1 ใน 5 กรรมการถูกมองว่าอาจมีส่วนพัวพันกับการออกโฉนดด้วยว่า ประเด็นนี้ไม่น่าจะมีผลต่อการสอบสวนเพราะจะเป็นการพิจารณาไปตามพยานเอกสารหลักฐาน หากมีการให้ความเห็นขัดแย้งกับหลักฐานก็จะไปปรากฎในสำนวนการสอบสวนตรงนี้คงตรวจสอบกันได้ ส่วนเรื่องนายทุนจะมีเส้นสายใหญ่โตตรงนี้ไม่น่าหนักใจ เพราะนโยบายรัฐบาลไม่มีการเลือกปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่การเพิกถอนคงต้องใช้ระยะเวลานานจึงเป็นข้อกังวลในเรื่องนี้มากกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่าหากหมดยุครัฐบาลชุดนี้แล้วเกรงผลที่ออกมาจะเป็นตรงกันข้ามหรือไม่ ซึ่งนายอรรถพลกล่าวย้ำว่า ทุกๆฝ่ายก็ต้องช่วยกันติดตามอย่างใกล้ชิด

นายอรรถพลยังกล่าวชี้แจงถึงความคืบหน้าหน้าในการตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ท บ้านพักนายทุนหรูที่อยู่ในเขตป่าทั่วประเทศว่า มีการพบราว 2,200 แห่งตรวจสอบเสร็จสิ้นไปแล้วราว 30 เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือยังไม่มาแจ้งหรือไม่มายื่นเอกสารอีกราว 200 กว่ารายที่เหลือเข้าสู่ขบวนการตรวจสอบอยู่ ส่วนที่เขาค้อขณะนี้ที่ตรวจสอบอยู่ราว 100 กว่าแปลง บางรายก็ไม่ได้ยื่นเอกสารเช่นกันจึงมีการพูดคุยกันอยู่ว่า จะให้โอกาสทางเจ้าของหรือผู้ประกอบการแจ้งยื่นเอกสารการครอบครองเป็นครั้งสุดท้าย หากยังเพิกเฉยทางเจ้าหน้าที่ก็คงจะต้องไปแจ้งลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนไว้ก่อนว่า ผู้ครอบครองที่ดินไม่ยื่นเอกสารการครอบครองที่ดิน

“ขณะเดียวกันตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะปิดประกาศไปด้วย ฉะนั้นหากยังไม่ยื่นก็ต้องทำตามกฎหมาย โดยถือว่า ให้สิทธิ์ในการแสดงหรือโต้แย้งสิทธิในการครอบครองแล้ว หากเจ้าของหรือผู้ประกอบการไม่ยื่นก็แสดงว่า ไม่มีเอกสารสิทธิการครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าดังกล่าว จากนั้นก็จะเริ่มเข้าสู่ขบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยจะมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ในส่วนของเขาค้อทางป่าไม้จะดำเนินการเฉพาะพื้นที่ในเขตป่าสงวน โดยไม่เกี่ยวกับที่ดิน รอส.ที่ทหารขอใช้แต่อย่างใด” นายอรรถพลกล่าว

Advertisement