ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.46 น. วันที่ 12 มีนาคม ขณะที่ร.ต.ท.ประเวช ผิวอ่อน รองสวป. ด.ต.ไพโรจน์ ฮวดจุ่น จ.ส.ต.วัฒนา พิมพา ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราบ สภ.เมืองนครปฐม ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยเขตตรวจที่1 อยู่นั้น ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลักพาทารกเพศชาย 4 วันไปจากญาติ เหตุเกิดที่บริเวณห้องคลอดชั้น3 อาคารทวารวดี โรงพยาบาลนครปฐม จึงรีบไปตรวจสอบ พบนายมิน ทัต อายุ 48 ปี แรงงานชาวเมียนมา ทำงานโรงน้ำแข็งธรรมศาลา ต.ธรรมศาลา อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม และนางเอ๋ ชาวพม่า อายุ 32 ปี เพื่อนร่วมงาน ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่บอกว่า ถูกคนร้ายเป็นหญิงไปหลอกให้พาลูกมาหาหมออีกครั้งเพื่อฉีดยา จึงเหมาแท็กซี่มาพร้อมกัน เมื่อถึงโรงพยาบาลนครปฐม คนร้ายได้อุ้มทารกเดินล่วงหน้าขึ้นตกไป นางเอ๋ เดินตามมา โดยนายมิน ทัต พ่อเด็กกำลังจ่ายค่ารถแท็กซี่
นางเอ๋ บอกว่า ได้เดินตามขึ้นมาที่ห้องคลอด ชั้น3 ตึกทวารวดี ถามเจ้าหน้าที่ว่ามีคนอุ้มทารกมาฉีดยาที่นี่หรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกไม่มี จึงได้ตามหาแต่ไม่พบจึงได้ประสานรปภ.ให้ช่วยตามหา อาจจะไปผิดตึก แต่ไม่พบ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำประตูออก และประตูทางเข้า ว่ามีผู้หญิงวัยกลางคน รูปร่างท้วม ใส่เสื้อลายดอกไม้ อุ้มเด็กผ่านออกมาหรือไม่ กระทั่งเจ้าหน้าที่รปภ.ประตูทางออก ฝั่งถนนเท่าซอย7 บอกว่ามีผู้หญิงลักษณะดังกล่าวอุ้มทารกออกไป. ละข้ามถนนเทศาไปฝั่งโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย แต่ไม่ทราบว่าไปทางไหน
ต่อมา พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร สว.สส. สภ.เมืองนครปฐม มาสอบสวนนายมิน ทัต บิดาทารกน้อยเคราะห์ร้าย บอกว่า ได้พานางหยิน ชาวเมียนมา ภรรยามาคลอดลูกที่โรงพยาบาลนี้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม และมีผู้หญิงคนดังกล่าวนี้มาทำทีพูดคุย ว่าเป็นคนเยี่ยมไข้ อยู่ด้วยกกันมาหลายวัน กระทั่งวันนี้ หมอให้กลับบ้านได้ และเมื่อ เวลา 11.30 น.ผู้หญิงคนดังกล่าวยังทำทีว่าจะไปส่งที่บ้าน เรียกรถยนต์รับจ้างพาไปส่งถึงบ้านหลังวัดธรรมศาลา แล้วก็กลับไป กระทั่งช่วงบ่าย ผู้หญิงคนดังกล่าวย้อนกลับไปที่บ้านบอกว่าหมอให้พาเด็กไปฉีดยา ตนจึงอุ้มลูกมาพร้อมกับนางเอ๋ เพื่อนร่วมงาน พร้อมกับผู้หญิงคนดังกล่าว แล้วก็หายตัวไปพร้อมลูกชาย
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เห็นหญิงคนดังกล่าวนุ่งกางเกงสีดำ สวมเสื้อยืดคอกลมไนกี้ ลายดอก สะพายกระเป๋าผ้าสีเทา ชัดเจนเมื่อเวลา 11.40 น.ช่วงที่มาพาพ่อ แม่ และทารกกลับบ้าน และกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าหญิงคนดังกล่าวอุ้มทารก ห่อด้วยผ้าขนหนู ออกไปทางประตูทางออก
พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร สว.สส. สภ.เมืองนครปฐม กล่าวว่า การสอบถามเจ้าหน้าที่และสอบพยาน แล้ว พบว่าคนร้ายทำทีเป็นญาติผู้ป่วย และมาหาพูดคุยกับคนไข้ชาวเมียนมา รายนี้สองสามวันแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ยังเข้าใจว่าเป็นนายจ้าง และวันนี้ก็เป็นธุระช่วยดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่าย ละจัดการเอกสารต่างๆ และพากันออกไปพร้อมกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังเข้าใจว่าเป็นญาติ หรือเป็นนายจ้าง เพราะไม่มีอะไรผิดปกติ และเหตุการณ์ที่เด็กหายคนร้ายไม่ได้พาเด็กขึ้นไปฉีดยาบนห้องคลอดตามที่อ้างกับพ่อเด็ก และไม่ทราบว่ามีขบวนการ หรือมีใครร่วมอุ้มเด็กออกไป เห็นเพียงแต่ภาพตอนอุ้มเด็กออกไปทางประตูริมถนนเทศาเท่านั้น จากนี้ให้ฝ่ายสืบสวนออกเดินเท้าตรวจกล้องวงจรปิดละแวกนั้นว่าคนร้ายรายนี้ไปทางไหน มาด้วยยานพาหนะใดต่อไป
รายงานข่าว แจ้งว่ากรณีนี้ แยกออกเป็นสองช่วงเหตุการณ์ เนื่องจากผู้ป่วย เด็ก และญาติ ได้เชคเอาท์จากห้องคลอด โรงพยาบาลนครปฐมแล้ว คนร้ายได้ไปแอบอ้าง หลอกว่าแพทย์ให้พาเด็กกลับไป ฉีดยา จึงพากันกลับมาอีกรอบ แต่กระบวนการขั้นตอนนี้ไม่ผ่านระบบทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลได้ให้ความร่วมมือตรวจสอบกล้องวงจรปิด และทางโรงพยาบาลมีระบบความปลอดภัยสูง
ขณะที่นางหยิน มารดาทารกเคราะห์ร้าย พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องเช่าหลังวัดธรรมศาลา รู้ว่าลูกชายถูกลักพาตัวไป ถึงกับร้องไห้โฮ ฟูมฟายพูดจาไม่รู้เรื่อง เพื่อนร่วมงานชาวเมียนมาต้องช่วยกันปลอบใจเป็นระยะๆ

