พล.ต.อ.เอก แจงยิบ ตั้ง รอง ผบช.-ผบก. เตือนผู้มีอำนาจแต่งตั้งทุกระดับ ทั้งโทษวินัย อาญา

2.12.24 | 11:22 น.

พล.ต.อ.เอก แจงยิบ การแต่งตั้ง รอง ผบช. 41 ตำแหน่ง-ผบก.75 ตำแหน่ง เตือนผู้มีอำนาจแต่งตั้งทุกระดับ ทั้งโทษวินัยและอาญา


เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เปิดเผยทางแฟนเพจ Aek Angsananont กรณีการแต่งตั้งรอง ผบช. จำนวน 41 ตำแหน่ง และระดับ ผบก. จำนวน 75 ตำแหน่ง ความดังนี้

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เป็นประธาน ประชุม ก.ตร. มีมติให้ความเห็นชอบการแต่งตั้ง ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช. ตามลำดับ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์การแต่งตั้งและแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.)

Advertisement

เมื่อปรากฏผลการประชุม ก.ตร. ได้รับคำชื่นชมจากพี่น้องข้าราชการตำรวจและสื่อมวลชลที่เฝ้าจับตาดูการแต่งตั้งอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการแทรกแซงจากการเมือง มีตั๋วต่างๆ มีข่าวการซื้อขายตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งสื่อมวลชนได้ลงข่าวว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่งแต่อย่างใด

การแต่งตั้งที่จะดำเนินการต่อไป เป็นการแต่งตั้งระดับ รอง ผบช. จำนวน 41 ตำแหน่ง ระดับ ผบก. จำนวน 75 ตำแหน่ง

ตร. มีหนังสือลงวันที่ 28 พ.ย.2567 แจ้งให้หน่วยต่างๆ เรื่องการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยให้จัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ฯลฯ ส่ง ตร.ภายในวันที่ 6 ธ.ค.2567

หลักเกณฑ์การพิจารณา ให้พิจารณาจากผู้มีความรู้ความสามารถ เรียงตามลำดับอาวุโสจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนตำแหน่งว่าง

จำนวนตำแหน่งว่างที่เหลือ ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน

การพิจารณาความสามารถรู้ความสามารถ ให้คำนึงถึงประวัติรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ และผลการประเมินความพึงพอใจที่ประชาชนหรือผู้รับบริการได้รับจากการให้บริการของข้าราชการตำรวจ

ประวัติรับราชการ ให้พิจารณาจากประสบการณ์และความชำนาญงานโดยเฉพาะ ประสบการณ์และความชำนาญในสายงานที่จะได้รับการแต่งตั้ง โดยพิจารณาตั้งแต่เริ่มรับราชการในระดับชั้นสัญญาบัตร

ผลการปฏิบัติงาน ให้พิจารณาผลงานในหน้าที่รับผิดชอบที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน การติดตามงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย ความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืองานอื่นที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติราชการโดยให้นำผลงานดีเด่นตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ในการพิจารณาความประพฤติ ให้คำนึงถึงการรักษาวินัย การประพฤติตนตามประมวลกฎหมายจริยธรรมข้าราชการตำรวจ จรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจ รวมถึงภาวะความเป็นผู้นำ ความสามารถในการปกครองบังคับบัญชา การทำงานร่วมกับผู้อื่นในหมู่คณะ มนุษสัมพันธ์ในการทำงานที่สามารถร่วมกับผู้อื่นได้มาประกอบการพิจารณาด้วย

การพิจารณาคัดเลือกให้ผู้มีอำนาจพิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้งเรียงลำดับอาวุโส โดยคำนึงถึงผู้ที่ได้รับการพิจารณา จะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งเป็นสำคัญ

ขั้นตอนดำเนินการดังนี้

1.ผบก. จัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและบัญชีผู้ที่ยังไม่เหมาะสม (ถ้ามี) ของข้าราชการตำรวจระดับ รอง.ผบก. เรียงลำดับผู้เหมาะสมมากที่สุดลงไปจนถึงน้อยที่สุดส่งไปยัง บช.

2.ผบช. จัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสม เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและบัญชีผู้ที่ยังไม่เหมาะสม (ถ้ามี) ระดับ รอง ผบก.เลื่อนเป็น ผบก. และระดับ ผบก.เลื่อนเป็น รอง ผบช. โดยพิจารณาเป็นรูปคณะกรรมการ เรียงลำดับผู้เหมาะสมมากที่สุดลงไปจนถึงน้อยที่สุดส่งไปยัง ตร.

3.ผบ.ตร.จัดทำบัญชีผู้อยู่ในเกณฑ์ที่สมควรได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เรียงตามลำดับอาวุโส และข้อมูลของ ผบก.และ ผบช. ประกอบการพิจารณา เสนอไปยังคณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.เป็นประธาน จตร. รอง ผบ.ตร. และผู้แทน กพ. เป็นกรรมการ) พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสม

โดยกฎหมายกำหนดให้ ผบ.ตร. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจคัดเลือกหรือแต่งตั้งจะต้องพิจารณาจากรายชื่อข้าราชการตำรวจ ที่คณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมีมติเสนอแนะก่อนเสนอ ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

4.ก.ตร.มีหน้าที่และอำนาจ พิจารณาให้ความเห็นชอบ หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ พ.ร.บ.นี้กำหนด ให้แจ้ง ผบ.ตร.เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

5. ก.ตร.มีมติเห็นชอบแล้ว นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ จะต้องจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น บัญชีผู้อยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและการพิจารณาต้องเป็นไปตามที่กฎหมาย และกฎ ก.ตร.กำหนดทุกประการ

มิฉะนั้นแล้ว หาก ก.พ.ค.ตร. หรือศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยหรือพิจารณาว่า การเรียงลำดับอาวุโสหรือในการแต่งตั้ง ผู้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้น กระทำผิดวินัย และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณา ลงโทษผู้นั้นตามควรแก่กรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ก.พ.ค.ตร. หรือศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษา หรือคำสั่ง แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องทำการสอบสวนอีก แล้วรายงานให้ ก.ตร. ทราบ

ในกรณีที่ ก.ตร. มีมติเห็นว่าการไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการจงใจหรือช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้น กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจ ดำเนินการลงโทษผู้นั้น โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวน

ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือแอบอ้างอำนาจของบุคคลใดหรือเรียก รับ ยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือกระทำการใดอันมิชอบ เพื่อให้มีการแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งใด ไม่ว่าการแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งนั้นจะชอบด้วยหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 หรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

ผมมั่นใจว่า ก.ตร.จะพิจารณาให้ความเห็บชอบการแต่งตั้ง ระดับ รอง ผบช. และ ผบก. ตามกฎหมาย กฎ ก.ตร. และคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. เช่นเดียวกับการพิจารณาการแต่งตั้งระดับ ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช. ตามที่ได้พิจารณามาแล้วโดยเคร่งครัดต่อไป