ดีเอสไอคง ม.44 “ธรรมกาย”-บริเวณโดยรอบ ระบุพื้นที่อ่อนไหว ทำงานต่อจนจับ “ธัมมชโย” ได้

13.03.17 | 12:22 น.
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงการดำเนินการติดตามตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับว่า ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในทางการข่าวขณะนี้จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายปฏิบัติการสืบสวนได้ทำงาน เพราะหากเปิดเผยข้อมูลออกไปก่อน จะทำให้ฝ่ายสืบสวนทำงานลำบากขึ้น โดยขณะนี้เป็นที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาพาธอย่างที่ลูกศิษย์ได้กล่าวอ้าง เพราะจากการเข้าไปตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโยสามารถเคลื่อนย้ายได้ ไม่ได้พำนักอยู่ที่ตำแหน่งเดิม แต่หากในทางการข่าวพบว่าพระธัมมชโยอยู่ในพื้นที่อื่นนอกเขตควบคุมพิเศษก็สามารถขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นได้

พ.ต.ต.วรณันกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันหากได้รับข้อมูลว่าพระธัมมชโยหนีออกนอกประเทศแล้ว สามารถใช้กฎหมายฉบับใหม่คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อขอให้ประเทศปลายทางส่งพระธัมมชโยกลับมาที่ประเทศไทย แต่ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่าพระธัมมชโยออกนอกประเทศไม่ว่าจะเป็นในเส้นทางปกติหรือเส้นทางธรรมชาติ ดังนั้น การทำงานหลังจากนี้ก็จะเป็นในเรื่องของปฏิบัติงานด้านการข่าวเป็นหลักนำไปสู่การปฏิบัติ ฝ่ายสืบสวนจะทำงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถติดตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามหมายจับของศาลได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องคงประกาศมาตรา 44 ไว้ เนื่องจากภายในวัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบยังเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่อาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์

รองโฆษกดีเอสไอกล่าวอีกว่า แต่ก็เป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอที่จะผ่อนปรนให้ลูกศิษย์สามารถเข้าไปปฏิบัติศาสนกิจภายในวัดได้ตามปกติ ส่วนการจะประกาศให้พื้นที่สาขาของวัดพระธรรมกายเป็นเขตควบคุมพิเศษ ตามมาตรา 44 หรือไม่นั้น ในคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2560 ข้อ 2 ให้อำนาจหัวหน้า คสช.ประกาศให้พื้นที่สาขาของวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษได้แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการ