รอง ผบช.น.ประกาศ ไม่ปกป้อง 7 ตำรวจรุมกระทืบหนุ่มสาหัส ยันให้ความเป็นธรรมผู้เสียหาย

5.12.24 | 17:34 น.

รอง ผบช.น.ประกาศไม่ปกป้อง 7 ตำรวจ รุมกระทืบหนุ่มบาดเจ็บสาหัส ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนจับกุม ยืนยันให้ความเป็นธรรมผู้เสียหาย


เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบก.จร.) ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลกับสื่อมวลชน พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม โดยยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น จะไม่ให้ความช่วยเหลือนายตำรวจที่ร่วมกันกระทำความผิดทั้ง 7 นาย ผลสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พบว่ามีมูลสอดคล้องกับที่ญาติของผู้เสียหายให้ข้อมูล รวมถึงตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 7 คนได้รับสารภาพว่า ร่วมกันกระทำการดังกล่าวจริง ซึ่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาของทั้ง 7 คน จึงควบคุมตัวไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับการดำเนินคดี เบื้องต้นจะดำเนินคดีกับกลุ่มนายตำรวจทั้ง 7 คน ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายและใจก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ หากตรวจสอบพบเข้าข่ายครบองค์ประกอบข้อหาใดก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวยืนยันว่า บช.น.จะไม่ปกป้อง ให้ความช่วยเหลือ หรือทำให้คดีบิดเบี้ยวอย่างที่สังคมตั้งข้อสังเกต โดยจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะคดีดังกล่าวข้อเท็จจริงมีเพียงอย่างเดียว ประกอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของตำรวจทั้ง 7 นายที่ไม่มีการตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบว่ารถที่แหกด่านเป็นรถของผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่ และแม้ว่าหากผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ที่ขับรถฝ่าด่านจริง ตำรวจก็ไม่มีสิทธิกระทำการในลักษณะดังกล่าว

รอง ผบช.น.กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ทุกคนสงสัยว่าตำรวจทั้ง 7 นาย ทำไมจึงมี 4 นายที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบ พล.ต.ต.นพศิลป์อธิบายว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีการตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจรของตำรวจ บก.จร. ซึ่งขณะนั้นมีตำรวจประจำด่านทั้งหมด 15 นาย ในระหว่างนั้นพบรถที่มีปัญหาเมาแล้วขับ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวเข้าด่าน แต่ปรากฏว่าคนขับรถขับรถฝ่าด่านออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียง 5 นาที ผู้บาดเจ็บเข้าด่านตรวจเพื่อวัดระดับแอลกอฮอล์ 3 ครั้งตามขั้นตอน และพบว่าไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด แต่รถไม่ติดแผ่นป้ายภาษีจึงว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป หลังจากผู้ต้องสงสัยเมาแล้วขับซึ่งขับรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนกันกับผู้เสียหายขับรถแหกด่านออกไป ตำรวจในด่าน จึงตะโกนไปว่ามีรถแหกด่าน เป็นรุ่นและสีเดียวกันกับรถของผู้เสียหาย ตำรวจทั้ง 7 นาย ประกอบด้วยนอกเครื่องแบบ 4 นาย ซึ่งออกเวรแล้วแต่ยังคงประจำอยู่ในจุดดังกล่าว และในเครื่องแบบ 3 นาย ที่ยังอยู่ในเวลาเวร สมัครใจขับรถตามรถคันของผู้ต้องสงสัยไป หลังจากนั้นก็เป็นไปตามข้อมูลที่ญาติผู้เสียหายระบุ ยืนยันตำรวจมียุทธวิธีในการดำเนินการโดยจะเริ่มจากการพูดคุยด้วยวาจา และหากพบพฤติการณ์ของฝ่ายตรงข้ามมีแนวโน้มจะใช้กำลังก็จะพิจารณาตามสัดส่วน

Advertisement

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวแสดงความเสียใจและฝากไปถึงครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บว่า บช.น.รวมทั้งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่ เพิ่งทราบว่าผู้เสียหายก็เป็นลูกตำรวจเช่นเดียวกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกตำรวจ หรือประชาชนคนธรรมดาก็ไม่ควรเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น