วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำตะคอง ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีปริมาณน้ำเหลือใช้การอยู่ที่ 83 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ จากความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนภายในเขื่อนลำตะคอง มีปริมาณน้ำต่ำกว่าในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 48 ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นทำให้ในแต่ละวันเขื่อนลำตะคอง สามารถจัดส่งปริมาณน้ำดิบออกไปเพื่อการอุปโภคบริโภค เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณวันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนลำตะคองได้มีการออกประกาศแจ้งเตือนเกษตรกรที่อาศัยอยู่ 2 ข้างทางของลำน้ำลำตะคอง ขอให้งดทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้งทุกชนิด จนกว่าปริมาณน้ำต้นทุนภายในเขื่อนนั้นจะเพิ่มขึ้นหรือจะเข้าสู่ฤดูฝนปี 2559 เนื่องจากปริมาณน้ำที่จัดส่งออกไปนั้นเพื่อการอุปโภคบริโภคเพียงเท่านั้น
แต่จากการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่ในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง ตั้งแต่อำเภอสีคิ้ว ถึง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร นั้นยังพบว่าเกษตรกรได้มีการนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งตามคลองน้ำและคลองชลประทาน เพื่อทำการสูบน้ำเข้าไปยังแหล่งกักเก็บของเกษตรกรเพื่อไว้ใช้ในการเพาะปลูกข้าวนาปรังและปลูกพืชฤดูแล้งกันอยู่เป็นพื้นที่หลายพันไร่

อย่างเช่นในพื้นที่บ้านแป๊ะ หมู่ที่ 8 ตำบลสีมุม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรบางรายได้มีการนำกระสอบมาทำการกั้นน้ำที่เหลืออยู่ภายในคลองส่งน้ำชลประทานเพื่อเป็นการชะลอน้ำ ก่อนที่จะมีการนำเครื่องสูบน้ำมาทำการติดตั้งที่บริเวณคลองส่งน้ำ เพื่อเตรียมสูบน้ำเข้าแหล่งกักเก็บของเกษตรกรไว้ใช้ในการเพาะปลูกข้าวนาปรัง และพืชใช้น้ำน้อย
ทั้งนี้ทางเขื่อนลำตะคองก็ได้มีการให้เจ้าหน้าที่ออกทำความเข้าใจกับเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกข้าวนาปรังและปลูกพืชฤดูแล้งพร้อมทั้งขอให้งดทำการสูบน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ภายในเขื่อนนั้นจะต้องทำการบริหารจัดการเพื่อจัดส่งให้กับโรงผลิตน้ำประปาในแต่ละพื้นที่เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต่ำมีน้ำในการอุปโภคบริโภค นายสุทธิโรจน์ กล่าว

