เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) กล่าวถึงกระแสความไม่พอใจของชาวบ้านท่าล้อ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน กรณีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ฝายแก้ว ไม่อนุญาตให้ชุมชนใช้บริเวณลานจัดกิจกรรมจัดงานประเพณี โครงการประชารัฐร่วมใจบ้านท่าล้อ ภายใต้กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีของชุมชน โดยอ้าง อบต.ฝายแก้วได้รับสิทธิดูแลรักษาศาลาอเนกประสงค์และสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะได้นำพื้นที่สาธารณประโยชน์ บริเวณหน้าเวทีและลานกิจกรรมริมน้ำน่านที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ไปเปิดประกวดราคาให้ร้านอาหารเช่าหาผลประโยชน์ว่า หากข้อเท็จจริงเป็นดังกล่าว มีประเด็นที่ต้องดำเนินการขอตรวจสอบ
นายบุญญฤทธิ์กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 122 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 ให้นายอำเภอมีหน้าที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อื่นอันอยู่ในเขตอำเภอ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดิน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ.2553 ข้อ 6 วรรคสอง ในกรณีมีข้อพิพาทหรือคดีเกี่ยวกับที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการระงับข้อพิพาทหรือร้องทุกข์กล่าวโทษภายในสามสิบวัน นับแต่วันรู้เหตุแห่งข้อพิพาทหรือคดีนั้น และเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
“จากข้อกฎหมายดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ในการรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะไม่ต้องการให้มีผู้บุกรุกเป็นสิทธิอันเป็นส่วนตัว และต้องการให้ประชาชนใช้ที่ดินร่วมกัน” นายบุญญฤทธิ์กล่าว และว่า จากที่ตรวจสอบที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเพียงการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดิน ยังไม่มีระเบียบกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ ดำเนินการให้ผู้ใดเข้าไปครอบครองได้ เพราะอาจเป็นการกระทำนอกขอบเขตแห่งอำนาจหรือปราศจากอำนาจ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ดำเนินการอาจมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้เสียหายคือประชาชนที่ได้รับผลจากการกระทำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ประธาน ส.ปอ.ท.กล่าวด้วยว่า กรณีนำที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันไปให้ร้านค้าประกวดราคา จึงผิดวัตถุประสงค์ของที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งต้องให้ประชาชนยินยอม โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่มีการแสวงผลประโยชน์ จึงต้องขอทราบว่า การดำเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามระเบียบ/กฎหมายใด ใครหรือหน่วยงานใดเป็นผู้รับผลประโยชน์ และหากผิดกฎหมายเห็นควรร้องทุกข์/กล่าวโทษต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดกรณีดังกล่าว ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นอย่างกว้างขวาง สงสัย อบต.ฝายแก้วเปิดประกวดราคาให้ร้านเฮือนเจ้านาง เป็นเอกชนรายแรกที่ได้รับสิทธิเช่าศาลาพักผ่อนริมน้ำดังกล่าวได้อย่างไร หลังจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน (อบจ.) ได้รับงบประมาณ 49 ล้านบาท จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อสร้างอาคารพักผ่อน เขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำน่าน เวทีและลานอเนกประสงค์บนที่ดินสาธารณะริมตลิ่ง ล่าสุดให้ร้านสวนสะเนียนเช่าเปิดร้านจำหน่ายอาหารบนลานกิจกรรมของชุมชน ดัดแปลงและต่อเติมอาคารและอนุญาตให้รถยนต์ของลูกค้าขึ้นไปจอด ล่าสุดกลุ่มชาวบ้านท่าล้อที่เป็นข้าราชการระดับสูง นักกฎหมาย ยังยืนยันที่จะฟ้องขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง โดยอีกส่วนหนึ่งได้รับคำแนะนำให้ไปร้องเรียนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่กรุงเทพฯ เนื่องจากคลางแคลงใจการตรวจสอบบางหน่วยงานในพื้นที่ ปล่อยให้เกิดเรื่องต่อเนื่องมานานหลายปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยายามสอบถามนักกฎหมายหลายคนอธิบายข้อกฎหมายพ้องกัน กรณีอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะให้เช่าที่สาธารณประโยชน์โดยนำรายได้เข้าท้องถิ่นสามารถทำได้ แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พ.ศ.2547 ซึ่งต้องมีการจัดทำประชาคมและจัดทำโครงการ ประชุมชี้แจงราษฎรในพื้นที่ดำเนินการ ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ ที่สาธารณประโยชน์ ของกรมที่ดิน
ฉะนั้น กรณีที่ อปท.นำที่ดินของรัฐไปอนุญาตให้เอกชนผู้หนึ่งผู้ใดใช้ประโยชน์จึงเป็นการไม่ถูกต้อง หากเกิดความเสียหายต่อผู้ขอใช้หรือต่อที่ดินของรัฐ อปท.จะต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว และจะต้องรับผิดชอบทางวินัยและทางละเมิด หรืออาจจะต้องรับผิดในทางอาญาด้วย

